โซเชียล Share0 Tweet

ป้าเลื่อน เปิดใจทั้งน้ำตา ไม่ได้ขายของจากตู้ปันสุข แค่รับซื้อของบริจาคมาขายต่อ

Minime
26 พฤษภาคม 2563 - 10:36(แก้ไข)
ป้าเลื่อน เปิดใจทั้งน้ำตา ไม่ได้ขายของจากตู้ปันสุข แค่รับซื้อของบริจาคมาขายต่อ

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ร้อนแรงมากในโลกออนไลน์ หลังมีการแชร์ภาพของคุณป้าท่านหนึ่งที่กำลังขายของที่เสมือนได้มาจากตู้ปันสุข

ป้าเลื่อน เปิดใจทั้งน้ำตา ไม่ได้ขายของจากตู้ปันสุข แค่รับซื้อของบริจาคมาขายต่อ

 

จากกรณีที่มีผู้แชร์ภาพคุณป้า ที่นำนม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ได้จากตู้ปันสุข มาขายต่อที่ตลาดนัดมือสองย่านรังสิต จ.ปทุมธานี โดยบริเวณข้างกล่องนมยังถูกเขียนว่า “เอาคนละกล่อง” อีกด้วย ล่าสุดผู้สื่อ สำนักข่าวเวิร์คพอยท์ ได้ไปพูดคุยกับคุณป้าคนดังกล่าว

ป้าเลื่อน เปิดใจทั้งน้ำตา ไม่ได้ขายของจากตู้ปันสุข แค่รับซื้อของบริจาคมาขายต่อ
ป้าเลื่อน เปิดใจทั้งน้ำตา ไม่ได้ขายของจากตู้ปันสุข แค่รับซื้อของบริจาคมาขายต่อ

 

ทราบชื่อคือ “ป้าเลื่อน” อายุ 62 ปี ชี้แจงว่า ที่มีคนบอกว่าป้าเอาของจากตู้ปันสุขมาขายต่อนั้นไม่เป็นความจริง ของที่เอามาขายต่อป้าไปซื้อมาขายอีกที โดยป้าได้ไปรับซื้อของบริจาคจากคนเร่ร่อนที่อยู่แถวสถานีรถไฟหัวลำโพงมาขายต่อเท่านั้น เพราะสงสารคนเร่ร่อน เนื่องจากพวกเขาไม่มีอุปกรณ์ปรุงอาหาร จะต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือหุงข้าวก็ทำไม่ได้ จึงรับซื้อเพื่อให้สามารถนำเงินไปซื้อข้าวกินแทน

ป้าเลื่อน เปิดใจทั้งน้ำตา ไม่ได้ขายของจากตู้ปันสุข แค่รับซื้อของบริจาคมาขายต่อ

 

ขณะที่ตัวป้าเองก็เอามาขายต่อในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดเพื่อเอากำไรเล็กๆ น้อยๆ พอประทังชีพไปเท่านั้น โดยรับซื้อนมกล่องละ 6 บาท มาขายต่อกล่องละ 7 บาท 3 กล่อง 20 บาท, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรับซื้อ 3 ห่อ 10 บาท ขายต่อ 5 ห่อ 20 บาท วันที่ขายในรูปนั้นขายได้ไม่ถึง 200 บาท กำไรไม่ถึง 100 บาท หักค่าเช่าแผงตลาดไปอีก 50 บาท เหลือเงินตัดตัวตอนนี้ แค่ 30 กว่าบาทเท่านั้น ส่วนตัวหนังสือที่เขียนข้างกล่องนมนั้นป้าอ่านไม่ออก เพราะอ่าน-เขียนหนังสือไม่เป็น ถ้ารู้ว่ามีการเขียนเพื่อไม่ให้ขายต่อก็จะไม่ทำ

ป้าเลื่อน เปิดใจทั้งน้ำตา ไม่ได้ขายของจากตู้ปันสุข แค่รับซื้อของบริจาคมาขายต่อ

 

หลังเกิดเหตุก็ถูกคนดูแลตลาดไม่ให้นำของมาขายอีก ป้ารู้สึกเสียใจมาก ไม่คิดว่าการไปรับของมาขายต่อเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ เดิมทีป้าเป็นคนเพชรบุรีเดินทางมา กทม.เพื่อเยี่ยมน้องสาวแต่ติดต่อน้องสาวไม่ได้ พอจะกลับบ้านก็ติดช่วงโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับได้ จึงมาหาอาชีพเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเพื่อให้พ้นวิกฤตโควิดจะได้กลับบ้าน เมื่อขายของแล้วถูกสังคมต่อว่าก็ไม่กล้ารับของมาขายอีกและคงมารอข้าวแจกฟรีแถวหัวลำโพงเท่านั้น

ป้าเลื่อน เปิดใจทั้งน้ำตา ไม่ได้ขายของจากตู้ปันสุข แค่รับซื้อของบริจาคมาขายต่อ

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปจาก WorkpointOfficial 


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook