โซเชียล Share0 Tweet

สร.การบินไทย แฉปูมมรดกบาป ซัดยับ เหตุขาดทุน ที่ผ่านมาเพราะทักษิณ

Nabi
10 พฤษภาคม 2563 - 14:26(แก้ไข)
สร.การบินไทย แฉปูมมรดกบาป ซัดยับ เหตุขาดทุน ที่ผ่านมาเพราะทักษิณ

สหภาพแรงงานการบินไทย แฉยับ มรดกบาปจากใคร !! ทำไมจึงประสบภาวะการขาดทุนสะสมอย่างต่อเนื่อง? ปัญหาหลักใหญ่ที่สุดมาจากการตัดสินใจทางการเมือง ซึ่งเร่งรัดการซื้อเครื่องบินในช่วงปี 2544 เป็นต้นมา ผู้รับผิดชอบคือคณะกรรมการบริษัทในช่วงรัฐบาลทักษิณ

สร.การบินไทย แฉปูมมรดกบาป ซัดยับ เหตุขาดทุน ที่ผ่านมาเพราะทักษิณ

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจ TG UNION ซึ่งเป็นเพจของสหภาพแรงงานการบินไทย โพสต์บทความ เรื่อง ปูมการบินไทย “การบินไทย” มรดกบาปจากใคร !! เนื้อหาระบุว่า บมจ.การบินไทย ทำไมจึงประสบภาวะการขาดทุนสะสมอย่างต่อเนื่อง? ปัญหาหลักใหญ่ที่สุดมาจากการตัดสินใจทางการเมือง ซึ่งเร่งรัดการซื้อเครื่องบินในช่วงปี 2544 เป็นต้นมา

สร.การบินไทย แฉปูมมรดกบาป ซัดยับ เหตุขาดทุน ที่ผ่านมาเพราะทักษิณ
สร.การบินไทย แฉปูมมรดกบาป ซัดยับ เหตุขาดทุน ที่ผ่านมาเพราะทักษิณ

1.การบินไทยซื้อเครื่องบินแบบ A340-500 จำนวน 4 ลำ ในช่วงเวลานั้น แม้ทางสภาพัฒน์จะขอให้ทบทวน นี่คือจุดเริ่มต้นของการขาดทุน ผู้รับผิดชอบคือคณะกรรมการบริษัทในช่วงรัฐบาลทักษิณ

2.ในปี 2547 รัฐบาลทักษิณเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการลงทุนในสายการบิน จาก 70/30 มาเป็น 51/49 โดยให้แอร์เอเชียถือหุ้น 49% Shincorp 49% กุหลาบแก้ว 2% nominee ผู้รับผิดชอบคือรัฐบาล

3.หลังจัดตั้งไทยแอร์เอเชีย คณะกรรมการบินไทยมีนโยบายมิให้ฝ่ายการพาณิชย์การบินไทยทำการแข่งขันกับไทยแอร์เอเชีย ผู้รับผิดชอบคือคณะกรรมการ

4.หลังจัดตั้งสายการบินนกแอร์ ฝ่ายบริหารนกแอร์ไม่ดำเนินการตามนโยบายคณะกรรมการบริษัทฯ การบินไทยก็มิได้เข้าไปควบคุมนโยบาย แม้จะมีเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 ผู้รับผิดชอบคือคณะกรรมการ

สร.การบินไทย แฉปูมมรดกบาป ซัดยับ เหตุขาดทุน ที่ผ่านมาเพราะทักษิณ
สร.การบินไทย แฉปูมมรดกบาป ซัดยับ เหตุขาดทุน ที่ผ่านมาเพราะทักษิณ

5.แทนที่จะเขาไปควบคุมสถานการณ์ในนกแอร์ คณะกรรมการกลับไปลงนามใน MOU เพื่อร่วมทุนกับ สายการบิน ไทเกอร์ ที่สิงคโปร์แอร์ไลน์ถือหุ้นในช่วงนั้น 49% โดยไม่ได้ศึกษาว่าสายการบินไทเกอร์ ขาดทุนติดกันหลายปี และถูกระงับการบินไปช่วงหนึ่ง เนื่องจากด้อยความปลอดภัย ลงเงินไปแล้ว 100 ล้านบาท โครงการต้องล้มไปเพราะมีการต่อต้านว่า ชักศึกเข้าบ้าน ผู้รับผิดชอบคือคณะกรรมการ

6.เพียง 5 เดือนหลังโครงการไทยไทเกอร์ต้องล้มไป คณะกรรมการ จัดตั้งสายการบินไทยสมายล์ ผลการศึกษา ปี 57,58,และ 59 จะทำกำไร 5,056 ล้านบาท ผลประกอบการจริง ขาดทุน -4,485 ล้านบาท ผู้รับผิดชอบคือคณะกรรมการ

7.ในช่วงจัดตั้งไทยสมายล์ คณะกรรมการบริษัทการบินไทย สนับสนุนให้นกแอร์ (การบินไทยถือหุ้น 39%) ไปร่วมทุนกับสายการบินสกู๊ต ซึ่งสิงคโปร์แอร์ไลน์ถือหุ้น 100% แม้ในปี 58 การบินไทยขาดทุน 13,047 ล้านบาท ยังอนุมัติเงิน 983 ล้านบาทเพื่อลงทุนในนกสกู๊ต ผู้รับผิดชอบคือคณะกรรมการ

สร.การบินไทย แฉปูมมรดกบาป ซัดยับ เหตุขาดทุน ที่ผ่านมาเพราะทักษิณ

8.ปี 2557 สายการบินไทยสมายล์ขาดทุน 577 ล้านบาท และตามสัญญาเช่าเครื่องบินแบบ A320-200 จำนวน 12 ลำ บริษัทผู้ให้เช่าและบริษัทผู้เช่ามีสิทธิ์ยกเลิกสัญญาโดยแจ้งล่วงหน้า 6 เดือน ต้นปี 58 ICAO ให้ธงแดงประเทศ ซึ่งแน่นอนจะต้องกระทบผลดำเนินการของไทยสมายล์ ในปีเดียวกัน คณะกรรมการซุปเปอร์บอร์ดซึ่งมีท่านนายกฯเป็นประธาน มีมติให้การบินไทยชะลอการจัดหาเครื่องบิน และในปี 58 ไทยสมายล์ขาดทุน 1,843 ล้านบาท ควรทบทวนแผนการบินไทยสมายล์ ที่สามารถจะทำการยกเลิกจำนวนเครื่องบินที่เช่าลง แต่กลับไปเพิ่มจำนวนเครื่องบินอีก 8 ลำ และผลประการปี 59 ที่ว่าจะกำไร 1,910 ล้านบาท มาเป็นขาดทุน 2,060 ล้านบาท

9.อนุมัติการจัดซื้อระบบสำรองที่นั่ง Navitaire จากบริษัทที่โดนศาลสหรัฐปรับเป็นเงินกว่า 2 พันล้านบาท ฐานรับสินบน ระบบดังกล่าวไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบของการบินไทยได้ เป็นการทำลาย Net work ของการบินไทย ในที่สุดต้องเลิกใช้ เสียหายไป 500 ล้านบาท

10.ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นการลงทุนในสายการบิน มีรัฐบาลจากการรัฐประหาร 2 รัฐบาล รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง 3 รัฐบาล คณะกรรมการบริษัทมิได้เสนอทางแก้ไขนโยบายดังกล่าวแม้แต่ครั้งเดียวเพื่อปกป้องผลประโยชน์บริษัท และสิทธิการบินซึ่งเป็นสมบัติของชาติ

สร.การบินไทย แฉปูมมรดกบาป ซัดยับ เหตุขาดทุน ที่ผ่านมาเพราะทักษิณ
สร.การบินไทย แฉปูมมรดกบาป ซัดยับ เหตุขาดทุน ที่ผ่านมาเพราะทักษิณ

ขณะเดียวกันกับการตรวจสอบข้อมูลผลประกอบการของ บมจ.การบินไทย ตั้งแต่ปี 2533 ถึงปี 2547 สามารถสรุปนำเสนอเพื่อเชื่อมโยงไปสืบค้นข้อเท็จจริงในเชิงลึก ถึงต้นสายปลายเหตุต่อสถานะทางธุรกิจในปัจจุบันของต่อไป ดังนี้

1.ช่วงปี 2533-2539 ถือว่า บมจ.การบินไทย มีผลประกอบการเป็นกำไรสุทธิโดยตลอด ด้วยมูลค่าเม็ดเงิน 1,381 - 4,191 ล้านบาท

2.ปี 2540 บมจ.การบินไทย ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ค่าเงินบาทลอยตัว มียอดขาดทุนทางบัญชี 25,203 ล้านบาท แต่มีการปรับปรุงยอดบัญชีในภายหลังทำให้ บมจ.การบินไทย ยังคงมีผลกำไรในปี 2540 ที่ 2,763 ล้านบาท

3.ปี 2541 – 2550 ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาคาบเกี่ยวการประกาศนโยบายการบินเสรีในยุครัฐบาลทักษิณ ปรากฎว่า บมจ.การบินไทย ได้มีการขยายเส้นทางการบินและเพิ่มเที่ยวบินเป็นจำนวนมากเพื่อรองรับการแข่งขันกับสายการบินอื่น ๆ ทำให้ผลประกอบการของ บมจ.การบินไทยกลับมาเป็นกำไรสุทธิอีกครั้งด้วยเม็ดเงินมูลค่า 1,929 - 12,453 ล้านบาท แม้ว่าจะบางช่วงธุรกิจท่องเที่ยวของไทยจะต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ของสหรัฐก็ตาม

4.ปี 2551 บมจ.การบินไทย มีผลประกอบการขาดทุนสุทธิอย่างหนักถึง 21,314 ล้านบาท เพราะวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง กอรปกับผลพวงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่มีความรุนแรงเป็นลำดับ ถึงขั้นกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปจัดกิจกรรมขับไล่รัฐบาลภายในท่าอากาศยานสำคัญๆ หลายแห่ง

5.ปี 2552 – 2553 เมื่อสถานการณ์การเมืองคลี่คลายรวมถึงเศรษฐกิจโลกมีการฟื้นตัวดีขึ้น ผลประกอบการ บมจ.การบินไทย ดีดกลับมาเป็นกำไรสุทธิอีกครั้งด้วยมูลค่า 7,416 - 15,398 ล้านบาท

6.ปี 2554- 2555 ผลประกอบการของ บมจ.การบินไทย มีลักษณะผันผวนตามปัจจัยต้นทุนน้ำมันโลกโดยมีตัวขาดทุนสุทธิ 10,162 ล้านบาทในปี 2554 และกลับมามีกำไรในปี 2555 ที่ 6,510 ล้านบาท

7.ปี 2556-2558 ผลประกอบ บมจ.การบินไทย ขาดทุนสุทธิต่อเนื่อง หรือจาก 12,047 ล้านบาทในปี 2556 เป็น 15,573 ล้านบาท ในปี 2557 และ 8,218 ล้านบาทในรอบครึ่งปีแรก 2558

สร.การบินไทย แฉปูมมรดกบาป ซัดยับ เหตุขาดทุน ที่ผ่านมาเพราะทักษิณ

ที่น่าสนใจคือนับตั้งแต่ปี 2544 หรือตั้งแต่ยุคเริ่มต้นรัฐบาลทักษิณเข้าบริหารประเทศเป็นต้นมา มีข้อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับยอดหนี้สินระยะยาวของ บมจ.การบินไทย โดยเฉพาะมูลค่าหนี้ภายใต้เงื่อนไขสัญญาเช่าเครื่องบินดังนี้

ปี 2544 หนี้สินภายใต้เงื่อนไขสัญญาเช่าเครื่องบินตามรายงานประจำปี 2544 มียอดหนี้ 9,927 ล้านบาท แต่มีการปรับปรุงตามรอบบัญชีใหม่และแสดงในรายงานประจำปี 2545 เพิ่มเป็น 44,822 ล้านบาท

ส่วนปี 2545 ยอดหนี้ภายใต้สัญญาเช่าเครื่องบินของ บมจ.การบินไทย อยู่ที่ 34,801 ล้านบาท จากนั้นก็มีการปรับขึ้นโดยเฉลี่ยแทบทุกปี คือ

  • ปี 2546 จำนวน 35,292 ล้านบาท
  • ปี 2547 จำนวน 39,672 ล้านบาท
  • ปี 2548 จำนวน 49,101 ล้านบาท
  • ปี 2549 จำนวน 53,486 ล้านบาท
  • ปี 2550 จำนวน 70,572 ล้านบาท
  • ปี 2551 จำนวน 65,336 ล้านบาท
  • ปี 2552 จำนวน 68,028 ล้านบาท
  • ปี 2553 จำนวน 54,732 ล้านบาท
  • ปี 2554 จำนวน 47,793 ล้านบาท
  • ปี 2555 จำนวน 61,611 ล้านบาท
  • ปี 2556 จำนวน 63,319 ล้านบาท
  • ปี 2557 จำนวน 61,389 ล้านบาท

กล่าวโดยสรุปว่าข้อมูลตัวเลขที่แสดงให้เห็นบางส่วนค่อนข้างชัดเจนว่าสถานะทางการเงินของ บมจ.การบินไทย มีความเปลี่ยนแปลงจากบวกเป็นลบอย่างชัดเจนในช่วงยุครัฐบาลทักษิณ ซึ่งอนุมัติทุ่มซื้อเครื่องบินตามนโยบายที่กำหนดออกมาว่า "การบินเสรี" และอ้างว่าเพื่อรองรับการแข่งขันกับสายการบินอื่น ๆ ซึ่งกรณีนี้ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนต่อไปว่าจริงหรือไม่ หรือเป็นข้ออ้างเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจการเมืองที่สร้างปัญหาให้กับ บมจ.การบินไทย มาจนถึงทุกวันนี้

สร.การบินไทย แฉปูมมรดกบาป ซัดยับ เหตุขาดทุน ที่ผ่านมาเพราะทักษิณ
สร.การบินไทย แฉปูมมรดกบาป ซัดยับ เหตุขาดทุน ที่ผ่านมาเพราะทักษิณ
สร.การบินไทย แฉปูมมรดกบาป ซัดยับ เหตุขาดทุน ที่ผ่านมาเพราะทักษิณ
สร.การบินไทย แฉปูมมรดกบาป ซัดยับ เหตุขาดทุน ที่ผ่านมาเพราะทักษิณ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก TG UNION


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook