การเมือง Share0 Tweet

วิโรจน์ ซัดรัฐบาล จ้องแต่จะกู้เงิน ไม่เกลี่ยงบเดิมก่อน ช่วยนายทุนเร็ว เยียวยาชาวบ้านช้า (มีคลิป)

Nabi
วิโรจน์ ซัดรัฐบาล จ้องแต่จะกู้เงิน ไม่เกลี่ยงบเดิมก่อน ช่วยนายทุนเร็ว เยียวยาชาวบ้านช้า (มีคลิป)

วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. พรรคก้าวไกล ได้อภิปราย ถามนายกรัฐมนตรีว่า ที่ชูสองแขนแล้วพูดว่า “ประเทศไทยต้องชนะ” นั้น คำว่าประเทศไทยหมายความถึงประชาชนด้วยหรือไม่?

วิโรจน์ ซัดรัฐบาล จ้องแต่จะกู้เงิน ไม่เกลี่ยงบเดิมก่อน ช่วยนายทุนเร็ว เยียวยาชาวบ้านช้า (มีคลิป)

นายวิโรจน์ ได้อธิบายต่อว่า ถ้าประชาชนชนะ แล้วทำไมจึงมีภาพของประชาชนไปต่อแถวร้องทุกข์ด้วยสายตาที่เลื่อนลอยสิ้นหวังน้ำตาคลอเบ้า ที่หน้ากระทรวงการคลัง ทำไมจึงมีภาพคนเป็นแม่ยืนร้องไห้เพราะไม่มีเงินซื้อนมให้ลูก สิ่งที่เหล่านี้ มันไม่ใช่ชัยชนะของประชาชนเลย มันเป็นเพียงการได้มาในสิ่งที่รัฐบาลอยากได้ โดยยืนอยู่บนความทุกข์ยากของประชาชน เป็นการประกาศชัยชนะของรัฐบาล โดยที่เอาประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยมาเป็นเครื่องเซ่น เอากิจการขนาดเล็ก มาเป็นเครื่องสังเวย

วิโรจน์ ซัดรัฐบาล จ้องแต่จะกู้เงิน ไม่เกลี่ยงบเดิมก่อน ช่วยนายทุนเร็ว เยียวยาชาวบ้านช้า (มีคลิป)
วิโรจน์ ซัดรัฐบาล จ้องแต่จะกู้เงิน ไม่เกลี่ยงบเดิมก่อน ช่วยนายทุนเร็ว เยียวยาชาวบ้านช้า (มีคลิป)

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า “เราไม่ทิ้งกัน” ของรัฐบาล ที่แท้จริงก็คือต้องขยายความว่า “เราไม่ทิ้งกัน ส่วนพวกมันก็ให้ทิ้งไป” ภายใต้วิธีคิดของรัฐบาลนี้ การเข้าไปอุ้มชูนายทุนทำได้ง่ายดายและรวดเร็ว เช่น กรณีบอร์ดการท่าอากาศยาน เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ได้มีมาตรการปรับลดค่าตอบแทนให้กับผู้ประกอบการสนามบิน Duty Free ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 และค่าเช่าแบบคงที่ ให้ปรับลดลง 20% ตั้งแต่ 1 ก.พ. 63 ถึง 31 ม.ค. 64 รวมทั้งค่าผลตอบแทนแบบเปอร์เซ็นต์ ให้ยกเว้นเงื่อนไขขั้นต่ำรายเดือน และรายปี ตั้งแต่ 1 ก.พ. 63 ถึง 31 มี.ค. 65 แถมยังให้เลื่อนการจ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทน เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยไม่มีค่าปรับอีกด้วย ทั้งยังประเมินกันว่า จะทำให้กำไรของการท่าอากาศยาน ในปี 63-65 รวมกันแล้ว ลดลงถึง 22,536 ล้านบาท ทำให้ราคาหุ้นของการท่าอากาศยานปรับตัวลดลงทันทีในวันที่ 20 ก.พ. คือ 4.80% คิดเป็นความเสียหายที่กระทรวงการคลังต้องรับรู้ทันทีถึง 32,500 ล้านบาท

วิโรจน์ ซัดรัฐบาล จ้องแต่จะกู้เงิน ไม่เกลี่ยงบเดิมก่อน ช่วยนายทุนเร็ว เยียวยาชาวบ้านช้า (มีคลิป)
วิโรจน์ ซัดรัฐบาล จ้องแต่จะกู้เงิน ไม่เกลี่ยงบเดิมก่อน ช่วยนายทุนเร็ว เยียวยาชาวบ้านช้า (มีคลิป)

ซึ่งเงินจำนวนนี้ คำนวณแล้วสามารถเอามาเยียวยาประชาชน 5,000 บาท ได้ถึง 2.2 ล้านคน ซื้อหน้ากากอนามัยได้ 8 พันล้านชิ้น ซื้อชุด PPE ได้ 90 ล้านชุด ซื้อข้าวสารถุงละ 5 ก.ก. ได้ 216 ล้านถุง สามารถแจกทุกครัวเรือนในประเทศไทยที่มีอยู่ 21 ล้านครัวเรือน ได้ครัวเรือนละ 10 ถุง อยู่ได้นานถึง 5 เดือน ถ้าเทียบกับกรณี Duty Free นั้น เกษตรกรกว่าจะได้รับการอนุมัติการเยียวยา ก็ต้องรอจนถึงวันที่ 28 เม.ย. หลังผู้ประกอบการสนามบินถึง 2 เดือนเศษ

  • “การกู้เงินมาใช้แก้ปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูวิกฤติโควิด-19 ในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลเห็นด้วยว่าจำเป็นต้องกู้ แต่สิ่งที่น่ากังวลและเป็นปัญหาคือ รัฐบาลมีฐานคิดที่ลักลั่นสองมาตรฐาน นายทุนมาก่อน ประชาชนรอไปก่อน ฐานคิดที่คิดว่าตนเองเป็นเจ้าของเงิน และกำลังเจียดเงินเพื่อสงเคราะห์ประชาชนใต้การปกครอง โดยให้ประชาชนรอความเมตตาจากรัฐ แบบนี้ไม่ถูกต้อง ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น พอประชาชนด้วยกัน ทนไม่ได้ นำอาหารออกมาแจกจ่ายช่วยกันเอง ก็ยังถูกจับกุมดำเนินคดี ” วิโรจน์กล่าว

อดีต ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ยังมองว่า ถ้ารัฐบาลทำงานเป็น พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับ ทั้งกู้เงิน ซอฟท์โลน และพยุงหุ้นกู้ จะต้องวางแผนให้สอดคล้องกันกับ พ.ร.บ.โอนงบปี 63 และ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 กฎหมาย 5 ฉบับนี้ และต้องวางแผนให้สอดคล้อง มียุทธศาสตร์ร่วมกัน สัญญาณที่รัฐบาลควรส่งมาที่สุดในตอนนี้ ก็คือ การสื่อให้ประชาชน รับรู้ว่ารัฐบาลกำลังพยายามที่จะปกป้อง สภาพการจ้างงานของพวกเขา แต่รัฐกลับไม่ทำ ซ้ำยังใส่งบเบื้อหัวแตก ใช้งบประมาณอย่างเลื่อนลอยไร้ยุทธศาสตร์

วิโรจน์ ซัดรัฐบาล จ้องแต่จะกู้เงิน ไม่เกลี่ยงบเดิมก่อน ช่วยนายทุนเร็ว เยียวยาชาวบ้านช้า (มีคลิป)

นายวิโรจน์ ได้เสนอด้วยว่า สำหรับพรรคก้าวไกลมองว่า “บาซูก้างบประมาณ” ก้อนนี้ เป็นเครื่องมือที่จำเป็น แต่ต้องทำอย่างรอบคอบ ข้อเสนอของพรรคก้าวไกลคือ จัดสรรเงินใหม่ โดยรวมเอาเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เข้ากับเงินที่ได้จากการโอนงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ อีก 88,000 ล้านบาท เป็น 1.088 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้เงินก้อนนี้ถูกใช้ไปแล้ว 345,000 ล้านบาท กับมาตรการจ่ายเงินเยียวยาเราช่วยกัน และเยียวยาเกษตรกร เหลือที่จัดสรรได้อีก 743,000 ล้านบาท โดยทางพรรคฯเสนอวิธีจัดสรรเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุดโดย เงินก้อนแรก วงเงิน 100,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุข แบ่งเป็นเงินจำนวน 67,000 ล้านบาท เพื่อแจกจ่ายวัคซีนฟรีสำหรับทุกคน และเงิน 33,000 ล้านบาท สำหรับจัดหาอุปกรณ์การแพทย์และเพิ่มสวัสดิการให้บุคลากรสาธารณสุข ส่วนก้อนที่สองวงเงิน 643,000 ล้านบาท เยียวยาประชาชน แบ่งเป็น ส่วนแรก 504,000 ล้านบาท เยียวยาประชาชนถ้วนหน้าคนละ 3,000 บาท นาน 3 เดือน ยกเว้นข้าราชการ ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จะได้รับเงิน 1,000 บาท และเงินอีก 120,000 ล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการ SMEs จ่ายเงินเดือนลูกจ้างร้อยละ 50 ของเงินเดือน แต่ไม่เกินรายละ 5,000 บาท นาน 3 เดือน โดยลูกจ้างต้องเงินเดือนไม่เกิน 30,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขว่านายจ้างห้ามเลิกจ้างในช่วง 3 เดือนที่รับเงินสมทบค่าจ้าง และในก้อนสุดท้าย วงเงิน 19,000 ล้านบาท ใช้จัดสรรอาหารฟรีให้ประชาชน

ยิ่งไปกว่านั้นในส่วนงบประมาณสำหรับฟื้นฟูโครงสร้างเศรษฐกิจโดยรวม สามารถออกเป็นพ.ร.บ.ฉบับใหม่เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเฉพาะ รวมทั้งสามารถใช้จากงบประมาณแผ่นดินปี 2564 แทนได้

วิโรจน์ ซัดรัฐบาล จ้องแต่จะกู้เงิน ไม่เกลี่ยงบเดิมก่อน ช่วยนายทุนเร็ว เยียวยาชาวบ้านช้า (มีคลิป)
วิโรจน์ ซัดรัฐบาล จ้องแต่จะกู้เงิน ไม่เกลี่ยงบเดิมก่อน ช่วยนายทุนเร็ว เยียวยาชาวบ้านช้า (มีคลิป)

ภายใต้ข้อเสนอการจัดสรรงบประมาณแบบพรรคก้าวไกลที่กล่าวมานั้น จะทำให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาอย่างทั่วถึง ไม่ต้องพิสูจน์สิทธิ์ ไม่ต้องรอนานกว่าจะได้เงิน บุคลากรด้านสาธารณสุขมีเครื่องมือเพียบพร้อมในการรับมือโควิด-19 ส่วนธุรกิจรายย่อย ก็จะยังสามารถประคองตัวไปได้ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนจะมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต และพร้อมจะให้ความร่วมมือกับมาตรการควบคุมโรค

นายวิโรจน์ ได้กล่าวสรุปว่า พ.ร.ก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทที่รัฐบาลเขียนมานี้ มีรายละเอียดอยู่เพียง 7 หน้า คิดเป็นหน้าละ 1.4 แสนล้านบาท มีทั้งสิ้น 148 บรรทัด คิดเป็น บรรทัดละ 6,800 ล้านบาท นี่จึงเป็นอีกเหตุผลสำคัญ ที่พรรคก้าวไกล ยื่นญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณ และมาตรการแก้ไขปัญหาภายใต้วิกฤติ การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 และหากรัฐบาลยืนยันในความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณของตัวเอง ตามที่ปรากฎในมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 พ.ค. จริง ก็ควรต้องให้ความร่วมมือกับสภาผู้แทนราษฎร

นายวิโรจน์ ทิ้งท้ายว่า ท่าทีของรัฐบาลต่อการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ จะเป็นจุดชี้ขาด การตัดสินใจของพรรคก้าวไกล ว่าจะลงมติอย่างไรกับ พ.ร.ก.กู้เงิน ฉบับนี้ เพราะ “ประเทศไทยต้องชนะ” ในคำว่าประเทศไทยนั้น คือประชาชนต้องชนะไปด้วยกัน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก พรรคก้าวไกล



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook