การเมือง Share0 Tweet

เพื่อไทย จวกนโยบายรัฐ ยับ! ไม่แก้โควิด แต่หวังกดหัวปชช. สร้างความหวาดกลัว หวังอยู่ในอำนาจ

Nabi
24 พฤษภาคม 2563 - 12:29(แก้ไข)
เพื่อไทย จวกนโยบายรัฐ ยับ! ไม่แก้โควิด แต่หวังกดหัวปชช. สร้างความหวาดกลัว หวังอยู่ในอำนาจ

รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย จวกนโยบายรัฐ ยับ! ไม่แก้โควิด แต่หวังกดหัวปชช. สร้างความหวาดกลัว หวังอยู่ในอำนาจ สถานการณ์ปัจจุบันประชาชนกลัวอดตายมากกว่ากลัวไวรัสโควิด-19หากอยู่เฉยไม่ให้ทำอะไรเลย ก็ไม่มีรายได้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

เพื่อไทย จวกนโยบายรัฐ ยับ! ไม่แก้โควิด แต่หวังกดหัวปชช. สร้างความหวาดกลัว หวังอยู่ในอำนาจ

วานนี้ 23 พ.ค. 63 นายสุรชาติ เทียนทองอดีต ส.ส.กรุงเทพ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากมาตรการล็อคดาวน์ของรัฐบาล ส่งผลกระทบให้ประชาชนได้รับเดือดร้อน ไม่สามารถออกไปทำมาหากินได้ แม้รัฐบาลจะคลายล็อคแต่ไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้เช่นเดิม เพราะรัฐสร้างความกลัวให้กับประชาชน ออกมาขู่ประชาชนผ่านหน่วยงานของรัฐถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่หมดไปการทำงานของรัฐบาลเพื่อเป้าหมายในการขยายความหวาดกลัวให้มากขึ้น โดยมีเป้าประสงค์ คือ หวังคุมอำนาจกดหัวประชาชนไปอีกนาน

เพื่อไทย จวกนโยบายรัฐ ยับ! ไม่แก้โควิด แต่หวังกดหัวปชช. สร้างความหวาดกลัว หวังอยู่ในอำนาจ
เพื่อไทย จวกนโยบายรัฐ ยับ! ไม่แก้โควิด แต่หวังกดหัวปชช. สร้างความหวาดกลัว หวังอยู่ในอำนาจ

"จากสถานการณ์ปัจจุบันประชาชนกลัวอดตายมากกว่ากลัวไวรัสโควิด-19หากอยู่เฉยไม่ให้ทำอะไรเลย ก็ไม่มีรายได้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง จุนเจือครอบครัว เด็กเล็กไม่มีนมกินเพราะแม่ไม่มีเงินซื้อผู้มีอำนาจไม่เคยลงไปสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการรัฐมากแค่ไหน ในขณะเดียวกันการเยียวยาก็ไม่ทั่วถึง คนเข้าถึงเทคโนโลยีเท่านั้นที่จะได้รับการเยียวยา ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิดมาตั้งแต่ต้น เพราะสุดท้ายผลที่ออกมาคือคนไม่เดือดร้อนได้รับการเยียวยา แต่คนเดือดร้อนจริงๆกลับไม่ได้รับ การทำงานของรัฐบาลสร้างความเหลื่อมล้ำในหมู่ประชาชน ทั้งๆที่การเยียวยาประชาชนต้องไม่มีเงื่อนไข ประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงการเยียวยา และเพียงพอต่อการดำรงชีพ"นายสุรชาติ กล่าว

เพื่อไทย จวกนโยบายรัฐ ยับ! ไม่แก้โควิด แต่หวังกดหัวปชช. สร้างความหวาดกลัว หวังอยู่ในอำนาจ
เพื่อไทย จวกนโยบายรัฐ ยับ! ไม่แก้โควิด แต่หวังกดหัวปชช. สร้างความหวาดกลัว หวังอยู่ในอำนาจ

ส่วนการขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของรัฐบาล ได้ทำลายระบบธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขายอาหารริมทางเดินในช่วงเวลากลางคืน พ่อค้าแม่ค้าไม่สามารถขายสินค้าได้ รัฐกำลังทำลายวัฒนธรรม รวมถึงทำลายวิถีชีวิตของประชาชน ส่วนตัวแนะนำว่าเมื่อรัฐดูแลประชาชนได้ไม่ดีพอ ก็ควรปล่อยให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ หรือ ออกมาตรการและวิธีปฎิบัติตนให้กับประชาชนในช่วงที่ยังไม่สามารถควบคุมการระบาดโควิด-19ได้ รัฐไม่ควรจำกัดสิทธิเสรีภาพในการทำมาหากินของประชาชน ควรเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสามารถทำมาหากินเพื่อดำรงชีพ ดีกว่ามารอความช่วยจากรัฐบาลที่ไม่ทั่วถึงและไม่เท่าเทียม

ขอบคุณข้อมูลจาก เนชั่น


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook