ข่าววันนี้ Share0 Tweet

โดนัลด์ ทรัมป์ คุยโว ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์สองล้านล้าน เตรียมถล่มอิหร่านได้ทุกเมื่อ

Shambhala TS
7 มกราคม 2563 - 11:31(แก้ไข)
โดนัลด์ ทรัมป์ คุยโว ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์สองล้านล้าน เตรียมถล่มอิหร่านได้ทุกเมื่อ

จากข่าวสะเทือนโลกที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐสั่งโดรนปล่อยขีปนาวุธสังหารนายพลกอเซม โซเลมานี ผู้นำทางการทหารที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในอิหร่าน ล่าสุดได้ออกมาเคลื่อนไหวแล้ว

โดนัลด์ ทรัมป์ คุยโว ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์สองล้านล้าน เตรียมถล่มอิหร่านได้ทุกเมื่อ
Photo credit: Pixabay

หลังจากปฏิบัติการสังหารนายพลอิหร่านจนสถานการณ์โลกเริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังไม่ฟังเสียงทัดทานจากนานาชาติ พร้อมกับคุยโวถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศตนเองและตอบโต้อิหร่านที่ชักธงแดงขึ้นเหนือสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นสัญญาณบอกว่าอิหร่านเข้าสู่ภาวะสงครามเต็มตัวแล้ว ว่าอเมริกาพร้อมโจมตีใส่อิหร่านตามจุดต่างๆทั้ง 52 จุดซึ่งเป็นจุดสำคัญในประเทศแล้ว เพรียบพร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์พร้อมถล่มทุกเมื่อถ้าอิหร่านเริ่มก่อน

ซึ่งเรื่องนี้โดนัลด์ ทรัมป์ได้ทวีตลงทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า "สหรัฐเพิ่งจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ทางการทหารร่วมสองล้านล้านเหรียญ เพราะพวกเราคือประเทศที่ยิ่งใหญ่และเกรียงไกรที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ ถ้าหากอิหร่านโจมตีใส่ฐานทัพสหรัฐ หรือประชาชนอเมริกาเมื่อไหร่ เราก็พร้อมจะส่งมอบสุดยอดอาวุธใหม่ที่เพิ่งซื้อให้พวกเขาทันที" 

โดนัลด์ ทรัมป์ คุยโว ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์สองล้านล้าน เตรียมถล่มอิหร่านได้ทุกเมื่อ
Photo credit: Workpoint News
โดนัลด์ ทรัมป์ คุยโว ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์สองล้านล้าน เตรียมถล่มอิหร่านได้ทุกเมื่อ
Photo credit: Workpoint News

เบื้องต้นตอนนี้อิหร่านเตรียมพร้อมเข้าสู่สงครามแล้ว และสั่งการให้กองทัพสหรัฐที่ประจำการอยู่ในอิรัก ประเทศคาบเกี่ยวกับอิหร่านให้ถอนกำลังออกให้หมด แต่ทางกระทรวงกลาโหมยืนยันว่าจะไม่ยอมถอนกำลังเด็ดขาด ปฏิเสธข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่าทางสหรัฐจะยอมถอนกำลังออกจากอิรัก งานนี้ต้องติดตามกันต่อไปว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร แต่จากที่ข่าวออกมาแล้วทุกคนก็น่าจะพอเห็นได้ว่ามันตึงเครียดจริงๆ ยังไงก็ขอให้คลี่คลายในเร็ววันนะครับ...

โดนัลด์ ทรัมป์ คุยโว ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์สองล้านล้าน เตรียมถล่มอิหร่านได้ทุกเมื่อ
Photo credit: Workpoint News

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: Donald J. Trump/twitter, CNN


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook