ต่างประเทศ Share0 Tweet

นาทีผู้โดยสารช่วยทำซีพีอาร์ ให้ผู้ป่วยหมดสติบนเครื่องบิน ที่ติดโควิด

Shambhala TS
นาทีผู้โดยสารช่วยทำซีพีอาร์ ให้ผู้ป่วยหมดสติบนเครื่องบิน ที่ติดโควิด

เปิดภาพความโกลาหลวุ่นวายบนเครื่องบิน เมื่อผู้โดยสารเกิดหมดสติจนคนอื่นต้องช่วยกันปฐมพยาบาลกู้ชีพ ซีพีอาร์เบื้องต้นก่อนจะเสียชีวิตในที่สุด และทราบภายหลังว่าเขามีเชื้อโควิด-19!

นาทีผู้โดยสารช่วยทำซีพีอาร์ ให้ผู้ป่วยหมดสติบนเครื่องบิน ที่ติดโควิด

เที่ยวบินดังกล่าว ซึ่งเป็นเที่ยวบินของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เดินทางจากเมืองออแลนโดไปยังนครลอสแอนเจลิส จำต้องลงจอดฉุกเฉินในนิวออร์ลีนส์เนื่องด้วยเกิดเหตุดังกล่าว โดยมีแพทย์สนามเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างวุ่นวายพร้อมด้วยผู้โดยสารอีก 3 คนเข้ามาช่วยทำซีพีอาร์แก่ผู้โดยสารชาย ที่ซึ่งเดินทางมากับภรรยาแล้วเกิดหายใจไม่ออกและหมดสติลง

นาทีผู้โดยสารช่วยทำซีพีอาร์ ให้ผู้ป่วยหมดสติบนเครื่องบิน ที่ติดโควิด

รายงานระบุว่า ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ตรงที่นั่ง 28D แอบไปได้ยินฝ่ายภรรยาระบุกับหน่วยแพทย์ว่า สามีของเธอมีอาการป่วยโควิด-19 มาตั้งแต่สัปดาห์ก่อนโดยไม่สามารถรับรสชาติหรือได้กลิ่น ก่อนจะมีอาการสั่นและเหงื่อออกอย่างหนักขณะเครื่องบินกำลังออกตัว กระทั่งเครื่องบินอยู่บนอากาศแล้วอาการของเขาก็เริ่มทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว จนกัปตันตัดสินใจลงจอดฉุกเฉินที่นิวออร์ลีนส์ โดย ณ ตอนนั้นเขาได้หมดสติลงแล้ว

นาทีผู้โดยสารช่วยทำซีพีอาร์ ให้ผู้ป่วยหมดสติบนเครื่องบิน ที่ติดโควิด

พนักงานสายการบินจึงได้ถามผู้โดยสารท่านอื่นบนเครื่องว่ามีท่านใดเป็นแพทย์บ้าง โทนี อัลดาปา หนึ่งในผู้โดยสารบนเครื่องจึงได้อาสาเข้าช่วยเหลือระหว่างรอหน่วยแพทย์ แม้ว่าเขาจะไม่ใช่แพทย์แต่ก็สามารถทำซีพีอาร์ให้ได้ หลังจากนั้นโทนีก็ได้เข้าไปช่วยเหลือโดยมีผู้โดยสารอีก 2 คนคอยช่วยเหลืออีกแรง ผ่านไปราว 45 นาที หน่วยแพทย์จึงมารับไม้ต่อหลังเครื่องลงจอดแล้ว

นาทีผู้โดยสารช่วยทำซีพีอาร์ ให้ผู้ป่วยหมดสติบนเครื่องบิน ที่ติดโควิด
โทนี อัลดาปา

โทนีเผยว่าตอนทำซีพีอาร์นั้นเขาไม่ได้ใช้วิธีผายปอด หากแต่เป็นการปั๊มหัวใจจนตัวเขาแอบได้ยินเสียงกระดูกแตกร้าวเนื่องด้วยปอดมีแรงอัดอากาศภายใน "ผมเข้าใจความเสี่ยงในการทำซีพีอาร์ให้กับผู้ที่อาจป่วยโควิด-19 ดี แต่ยังไงผมก็จะเข้าไปช่วยเหลืออยู่ดีแหละ ผมลองไปถามภรรยาของเขาเกี่ยวกับประวัติการรักษาต่างๆ เธอก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่สามีเขาติดโควิดเลยนะ เธอบอกแค่ว่าตนเองและสามีกำลังนั่งเครื่องไปตรวจโควิดที่ลอสแอนเจลิส ส่วนเรื่องที่มีภาพแชร์ออกไปแล้วบอกว่าเกิดความวุ่นวายขึ้นบนเครื่องบินอย่างนั้นอย่างนั้น มันไม่เป็นความจริงเลย ถึงภาพมันจะดูเหมือนว่าเกิดแต่มันไม่มี อาจเป็นเพราะมันมีคนจำนวนมากมามุงรวมกันอยู่ในจุดๆเดียวเลยทำให้ดูเหมือนมีเรื่องแตกตื่น" โทนีกล่าว

หลังจากนี้ ตัวโทนีเองกำลังรอผลตรวจของตัวเองอยู่เช่นกันว่าจะพบเชื้อหรือไม่หลังจากที่เข้าไปช่วยทำซีพีอาร์ให้ผู้โดยสารติดโควิดดังกล่าว ส่วนเรื่องการปล่อยให้ผู้ป่วยโควิดขึ้นเครื่องได้นั้น ทางสายการบินกำลังอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีความเป็นไปได้ว่าทั้งสามีภรรยาอาจให้ข้อมูลเท็จกับเจ้าหน้าที่สายการบินก่อนขึ้นเครื่องก็เป็นได้ จึงทำให้หลุดขึ้นเครื่องบินไปและเกิดเหตุดังกล่าว...

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: ONSCENE TV, DailyMail



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook