ต่างประเทศ Share0 Tweet

หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ หวังไปรับเงินเยียวยา

Shambhala TS
หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ หวังไปรับเงินเยียวยา

น่าจะเป็นวันที่แย่ที่สุดสำหรับเขาแล้วก็เป็นได้ เมื่อพ่อหอบลูกๆ ขับรถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปรับเงินเยียวยาช่วยเหลือ สุดท้ายไปไม่ถึงเพราะเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ท่วมทั้งคันรถเสียอย่างนั้น!

หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ หวังไปรับเงินเยียวยา

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา อัมราน รองกี หนุ่มชาวมาเลเซียวัย 29 ปี พร้อมด้วยลูกชายอีก 2 คน ได้เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์เพื่อไปรับเงินเยียวยาจากมาตรการควบคุมการเคลื่อนไหวของมาเลเซีย อันเนื่องมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 แต่ระหว่างทางรถของเขาเกิดเพลิงลุกไหม้จนไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ 

หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ หวังไปรับเงินเยียวยา

แม้จะพบเจอเรื่องที่กล่าวได้เต็มปากว่า "บุญมีแต่กรรมบัง" มา แต่ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ เมื่อเรื่องราวของเขาถูกเผยแพร่จนรู้ไปถึงมูลนิธิพัฒนาเศรษฐกิจอิสลามแห่งมาเลเซีย จนทางมูลนิธิได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว อัมรานเผยว่าเขารู้สึกตื้นตันอย่างมากและไม่คาดคิดว่าเรื่องของเขาจะเป็นกระแสมากถึงขนาดนี้ ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของชาวมาเลเซียที่หยิบยื่นมาให้

หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ หวังไปรับเงินเยียวยา

อัมรานได้เล่าชีวิตของเขาให้ฟังว่า เดิมทีเขาเป็นชาวประมงหาปลาส่งขายตลาด และช่วยพ่อเพาะพันธุ์หอยแมลงภู่ รายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 1,000 ริงกิต (ราว 7,300 บาท) แม้จะไม่เยอะมากแต่ก็พออยู่ได้อย่างไม่ลำบากและไม่ไปเดือดร้อนคนอื่น จนกระทั่งการมาถึงของโควิด-19 รัฐบาลมาเลเซียได้ออกมาตรการควบคุมการเคลื่อนไหว ทำให้ทุกสายงานต้องหยุดชะงัก จากที่เขาเคยมีรายได้กลับต้องอดมื้อกินมื้อ รายได้หดเหลือแค่เดือนละ 300-600 ริงกิตเท่านั้น (ราว 2,200 - 3,600 บาท)

หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ หวังไปรับเงินเยียวยา

และเมื่อมีการประกาศจากทางการว่าจะมอบเงินเยียวยาช่วยเหลือชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ทำให้อัมรานดีใจและหวังอยากได้เงินก้อนนี้มาจุนเจือครอบครัว แต่รถจักรยานยนต์คู่ใจดันมาเกิดเพลิงไหม้ไปเสียก่อน แม้จะช่วยกันดับไฟอยู่นานสองนานก็ไม่เป็นผล รถของเขาเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือที่ทำให้เขาซาบซึ้งใจอย่างมากในที่สุด...

หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ หวังไปรับเงินเยียวยา

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: World of BuzzPolis Daerah Kulai/facebook



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook