ต่างประเทศ Share0 Tweet

คุณยายสายเปรี้ยว โชว์เรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยสัก หมดไปร่วมหลักล้าน

Shambhala TS
คุณยายสายเปรี้ยว โชว์เรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยสัก หมดไปร่วมหลักล้าน

อีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ไม่เคยมีคำว่าสายที่จะรู้ตัวเองว่าชอบอะไร เพราะสำหรับคุณยายท่านนี้ที่เพิ่งมารู้ว่าตัวเองชอบการสักลายเป็นชีวิตจิตใจ ก่อนจะจัดเต็มสักทั่วร่างภายในเวลาแค่ 5 ปี

คุณยายสายเปรี้ยว โชว์เรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยสัก หมดไปร่วมหลักล้าน

เคิร์สติน ทริสแตน คุณยายสุดแซ่บวัย 55 ปีจากไลป์ซิก เยอรมนี เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่วงการสักลายว่า มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2015 ตอนนั้นเธอหาเลี้ยงตัวเองด้วยการขับรถแท็กซี่มาเกือบครึ่งชีวิต ตัดสินใจไปสักลายพอให้ชีวิตมีสีสันขึ้นมาบ้างเป็นครั้งแรก โดยเริ่มจากลายสวยๆน่ารักๆบนแขนไม่มีอะไรมาก หากแต่เหมือนเป็นการปลดล็อคตัวเองให้ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วนั้น เธอชื่นชอบการสักลายมาก

คุณยายสายเปรี้ยว โชว์เรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยสัก หมดไปร่วมหลักล้าน
คุณยายสายเปรี้ยว โชว์เรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยสัก หมดไปร่วมหลักล้าน

ทำให้ในช่วงระยะเวลา 5 ปี จากรอยสักที่แขนหนึ่งข้าง กลายมาเป็นรอยสักทั่วทั้งตัวเหมือนใส่บอดี้สูทอย่างรวดเร็ว โดยเธอได้เผยว่ากว่าจะได้มาขนาดนี้ เธอหมดเงินไปร่วม 30,000 ยูโร (ราว 1 ล้านบาท) และไม่มีทีท่าจะหยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะเคิร์สตินเผยว่ายิ่งเธอสักลาย เธอก็ยิ่งรู้สึกมีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกครั้ง มันช่วยเพิ่มมวลความสุขให้กับตัวเธออย่างน่าอัศจรรย์

คุณยายสายเปรี้ยว โชว์เรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยสัก หมดไปร่วมหลักล้าน
คุณยายสายเปรี้ยว โชว์เรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยสัก หมดไปร่วมหลักล้าน

นอกจากนี้รอยสักที่เธอคลั่งไคล้ ยังช่วยให้เคิร์สตินมียอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 คน และอีกหลายพันคนในแพลตฟอร์มลับเฉพาะที่ต้องเสียเงินอย่าง OnlyFans อีกด้วย หลายเสียงจากชาวเน็ตต่างพากันบอกว่าเคิร์สตินดูเปลี่ยนไปมากจริงๆกับตอนที่เธอยังไม่ได้สักลาย และแม้ว่าการสักลายทั้งตัวของเธอนี้มันจะดูแปลกตาและไม่เข้ากันสำหรับบางคน แต่กับเคิร์สตินแล้ว นี่คือสิ่งที่เธอตามหามาแทบทั้งชีวิตแล้ว...

คุณยายสายเปรี้ยว โชว์เรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยสัก หมดไปร่วมหลักล้าน
คุณยายสายเปรี้ยว โชว์เรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยสัก หมดไปร่วมหลักล้าน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: OddityCentraltattoo_butterfly_flower/instagram



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook