#0 {closure}(2, count(): Parameter must be an array or an object that implements Countable, /var/www/php/app/www/home.php, 38, Array ([db] => Jarm\Core\DB Object ([mongo] => Array ([s1] => MongoDB\Driver\Manager Object ()),[col] => Array (),[Jarm\Core\DBdebug] => ,[Jarm\Core\DBconcern] => ,[collection] => Array ([ads] => s1,[blog] => s1,[banner] => s1)),[blog] => Jarm\App\Blog Object (),[top] => Array ([0] => Array ([_id] => 152813,[t] => ตายายโผกอดหลานครั้งแรก หลังกักตัวยาว 9 เดือน ด้วยชุดหมีขั้วโลก,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads,[1] => ia),[s] => Array ([a] => 161,[w] => 161,[i] => 0,[m] => 17,[t] => 0,[d] => 144,[p] => 0),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1609297398000),[fd] => 2020/12/152813,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => ตายายโผกอดหลานครั้งแรก-หลังกัก-152813,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1609303146000),[dq] => สองตายายผู้ต้องอยู่ห่างไกลครอบครัวเนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 โอบกอดหลานด้วยความโหยหา ต้องขอบคุณชุดหมีขั้วโลกเป่าลมที่ทำให้ทั้งสามได้มอบความรักแก่กันได้โดยไร้ความเสี่ยง คำอธิบายใต้ภาพ บาร์บาร่า คุณยายวัย 71 ปี และ ไคล์ฟ วอลชอว์ คุณตาวัย 73 ปี เล่าวินาทีที่ได้กอดหลานสุดที่รักเป็นครั้งแรกภายหลังต้องห่างกันไกลมานับตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ซึ่งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้เริ่มต้นขึ้นว่า "นับเป็น 6 นาทีที่ดีที่สุดในปี 2020" ส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาได้กอดหลานๆอย่างเต็มที่ได้ก็เพราะ ชุดหมีขั้วโลกเป่าลมชุดนี้ คำอธิบายใต้ภาพ บาร์บาร่าเล่าว่าเธอและไคลฟ์ รวมไปถึงหลานๆทุกคนพากันเศร้าใจเมื่อรู้ว่าจะไม่ได้เจอหน้ากันยาวไปถึงช่วงคริสต์มาสวันที่ 25 ธ.ค. และต้องเจอกันผ่านวิดิโอคอลแทน แต่วันหนึ่งบาร์บาร่าได้นั่งช้อปปิ้งออนไลน์จนไปเจอชุดหมีขั้วโลกเป่าลม เพียงเท่านั้นแผนการไปหาหลานโดยไร้ความเสี่ยงเรื่องโรคระบาดพลันแล่นเข้ามาในหัวทันที คำอธิบายใต้ภาพ สองตายายแอบย่องมาที่บ้านเด็กๆในเมืองลีดส์ ก่อนจะไปเซอร์ไพรส์เด็กๆที่ประกอบไปด้วย ควินน์ (6 ขวบ) มอร์แกน (8 ขวบ) และแมคเคนซี (14 ปี) ในร่างหมีขั้วโลกเป่าลมสูง 6 ฟุต 6 นิ้ว บังเกิดเป็นช่วงเวลาหวนคืนอย่างอบอุ่นที่ทั้งสองตามหามายาวนาน "ตอนแรกเด็กๆไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงไปหาพวกเขาไม่ได้ และนั่นทำให้เด็กๆเสียใจมาก เพราะปกติทุกคริสต์มาสเราจะอยู่ด้วยกันเสมอ" คุณยายบาร์บาร่ากล่าว คำอธิบายใต้ภาพ แต่ด้วยชุดหมีขั้วโลกนี้ทำให้ทั้งสองหาได้บกพร่องวันแห่งครอบครัวนี้ไป และได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้งแม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ แต่ก็ถือว่ามีความสุขที่สุดในปี 2020 แล้วแถมชุดหมีนี้ก็เรียกเสียงฮือฮาจากเด็กๆได้ดีทีเดียว... คำอธิบายใต้ภาพ ขอบคุณข้อมูลจาก: Metro,[line] => 3,[img] => 1,[color] => 746E6E,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1609303146000),[title] => ตายายโผกอดหลานครั้งแรก หลังกักตัวยาว 9 เดือน ด้วยชุดหมีขั้วโลก,[link] => https://jarm.live/foreign/152813,[path] => https://jarm.live/foreign/152813,[sec] => 1609303146,[ago] => 16 วัน,[iso] => 2020-12-30T11:39:06+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152813/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152813/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152813/m.jpg,[tone] => #746E6E,[css] => c1),[1] => Array ([_id] => 152437,[t] => จีนพบอดีตสุดพิศวง สุสานโบราณ คาดไว้บูชาดวงอาทิตย์,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads),[s] => Array ([a] => 708,[w] => 708,[i] => 0,[m] => 443,[t] => 11,[d] => 254,[p] => 0),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1608548908000),[fd] => 2020/12/152437,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => จีนพบอดีตสุดพิศวง-สุสานโบราณ-ค-152437,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1608549988000),[dq] => คณะนักโบราณคดีจีน ได้ตรวจพบสุสานสถานแห่งหนึ่งในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน คาดเป็นสถานที่ไว้สักการะบูชาดวงอาทิตย์ คำอธิบายใต้ภาพ สำนักข่าว xinhuathai รายงานข่าวว่า สุสานโบราณดังกล่าวถูกพบในอำเภอหนีเล่อเค่อ แคว้นปกครองตนเองอีหลี กลุ่มชาติพันธุ์คาซัค เมื่อปี 2015 โดยคณะนักโบราณคดีจากสถาบันโบราณคดีและวัตถุทางวัฒนธรรมซินเจียงได้ค้นพบเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องมือหิน ช่วยให้นักวิจัยสามารถระบุอายุของสุสานว่ามีความเก่าแก่ราว 3,500 ปี คำอธิบายใต้ภาพ โดยโครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2019 เรื่อยมาจนนำไปสู่การพบแนวหินกว่า 17 แนว บริเวณข้างหลุมฝังศพ ซึ่งมีรูปแบบคล้ายคลึงกับลำแสงของดวงอาทิตย์ จึงคาดว่าอาจเป็นสถานที่ไว้สักการะดวงอาทิตย์ก็เป็นได้ "ลักษณะของแนวหินที่ดูคล้ายลำแสงดวงอาทิตย์อาจบ่งบอกถึงการสักการะบูชาดวงอาทิตย์" ร่วนชิวหรง หัวหน้าโครงการฯ กล่าว "รูปแบบการจัดวางที่คล้ายคลึงกันนี้สามารถพบได้ในโบราณสถานบริเวณอื่นของซินเจียงและทุ่งหญ้ายูเรเซีย" คำอธิบายใต้ภาพ ร่วนระบุว่า พื้นที่ด้านล่างและนอกสุสานถูกปูด้วยโคลนสีแดง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการบูชาดวงอาทิตย์เช่นเดียวกัน พร้อมเสริมว่าโครงสร้างอันสลับซับซ้อนของสุสานแสดงให้เห็นว่าเจ้าของโบราณสถานแห่งนี้มีตำแหน่งทางสังคมระดับสูง ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวทิ้งท้ายว่าสุสานแห่งดังกล่าวมอบข้อมูลการวิจัยที่สำคัญต่อการศึกษาสภาพสังคมและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในซินเจียงเมื่อเวลากว่า 3,000 ปีก่อน... คำอธิบายใต้ภาพ ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก: xinhuathai,[line] => 3,[img] => 1,[color] => 5C5054,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1608549988000),[title] => จีนพบอดีตสุดพิศวง สุสานโบราณ คาดไว้บูชาดวงอาทิตย์,[link] => https://jarm.live/foreign/152437,[path] => https://jarm.live/foreign/152437,[sec] => 1608549988,[ago] => 25 วัน,[iso] => 2020-12-21T18:26:28+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152437/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152437/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152437/m.jpg,[tone] => #5C5054,[css] => c1),[2] => Array ([_id] => 152435,[t] => กู้ภัยเข้าช่วย เด็กชาย 3 ขวบ หัวติดประตูเหล็กดัด สุดกดดันแข่งกับเวลา,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads),[s] => Array ([a] => 512,[w] => 512,[i] => 0,[m] => 351,[t] => 9,[d] => 152,[p] => 0,[hour] => 24),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1608546530000),[fd] => 2020/12/152435,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => กู้ภัยเข้าช่วย-เด็กชาย-3-ขวบ-ห-152435,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1608548746000),[dq] => บางครั้งการเล่นซนของเด็กๆ อาจนำไปสู่สุดยอดของหายนะได้ เพราะฉะนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานของท่านให้ดี หากไม่อยากให้เจอเรื่องแบบนี้! คำอธิบายใต้ภาพ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุเด็กชายวัย 3 ขวบประสบอุบัติเหตุหัวติดซี่เหล็กดัดประตูบ้าน และตำแหน่งที่ติดดันอยู่สูงเกือบเมตรหนึ่งภายในบ้าน ณ เมืองเซอร์ดัง รัฐสลังงอร์ของมาเลเซีย ด้านทีมดับเพลิงและกู้ภัยสลังงอร์จึงได้รีบมายังที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้งเมื่อเวลา 13.30 น. พร้อมด้วยพนักงานดับเพลิงอีก 6 ชีวิตเข้าช่วยเหลือเด็กน้อย คำอธิบายใต้ภาพ ฮาฟิชัม โมห์ด นูร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ แผนกดับเพลิงและกู้ภัยสลังงอร์ ได้เผยว่าเมื่อทีมเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุก็พบตัวเด็กชายวัย 3 ขวบหัวติดอยู่บนซี่เหล็กดัดบานประตูแล้ว แต่แม้ว่าภาพที่เห็นจะชวนให้ดูน่าหวาดเสียว ทีมดับเพลิงกลับใช้เวลาในการช่วยเหลือเด็กน้อยเพียงไม่กี่นาทีก็หลุดจากเหล็กประตูได้โดยสวัสดิภาพ ไร้ซึ่งอาการบาดเจ็บใดๆ [embed-facebook]=https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1772411179603251&id=223545897823128 เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ Info Roadblock JPJ/POLIS และเรียกเสียงฮือฮาแก่ชาวเน็ตเป็นอย่างมาก รวมถึงยกให้เป็นอุทาหรณ์แก่พ่อแม่ผู้ปกครองว่าควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เพราะบางทีลูกของคุณอาจไม่โชคดีอย่างนี้ก็เป็นได้... ขอบคุณข้อมูลจาก: World of Buzz, Info Roadblock JPJ/POLIS/facebook,[line] => 0,[img] => 1,[color] => C2BDAA,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1608548746000),[title] => กู้ภัยเข้าช่วย เด็กชาย 3 ขวบ หัวติดประตูเหล็กดัด สุดกดดันแข่งกับเวลา,[link] => https://jarm.live/foreign/152435,[path] => https://jarm.live/foreign/152435,[sec] => 1608548746,[ago] => 25 วัน,[iso] => 2020-12-21T18:05:46+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152435/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152435/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152435/m.jpg,[tone] => #C2BDAA,[css] => c3),[3] => Array ([_id] => 152433,[t] => ครูสอนหนังสือทุ่มเททำงาน นั่งพิมพ์แล็ปท็อปบนเตียงผู้ป่วย แห่ชื่นชม,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads),[s] => Array ([a] => 588,[w] => 588,[i] => 0,[m] => 420,[t] => 9,[d] => 159,[p] => 0,[hour] => 26),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1608546294000),[fd] => 2020/12/152433,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => ครูสอนหนังสือทุ่มเททำงาน-นั่งพ-152433,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1608546371000),[dq] => วิชาชีพครูถือเป็นหนึ่งในอาชีพที่ต้องเสียสละไม่น้อย หาใช่เพียงแค่สอนหนังสือเด็กนักเรียนอย่างเดียว แต่ต้องดูแลและอุทิศเพื่อการสอนหนังสืออย่างเต็มที่ เหมือนอย่างครูท่านนี้ คำอธิบายใต้ภาพ แซนดรา เอ เวเนกัส เผยภาพสุดประทับใจของเธอลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเผยให้เห็นพ่อของเธอ อเลฮันโดร นาวาร์โร ซึ่งเป็นครูสอนหนังสือผู้ทุ่มเททั้งกายและใจให้กับวิชาชีพนี้ ถึงขั้นเอาแล็ปท็อปขึ้นมานั่งทำงานทั้งที่ตัวเองกำลังนอนให้น้ำเกลืออยู่บนเตียงคนไข้ โดยในโพสต์ระบุว่า "นี่คือพ่อฉันเอง อเลฮันโดร หนึ่งวันก่อนที่พ่อจะจากไป เอาแต่นั่งกังวลคะแนนเกรดของนักเรียนจนเมื่อถึงวันที่รู้ว่าต้องผ่าตัด พ่อรีบเก็บอุปกรณ์แล็ปท็อปเพื่อมาเสียบปลั๊กทำงานเลยทีเดียว" คำอธิบายใต้ภาพ แซนดราเล่าว่ามีครั้งหนึ่ง หมอเข้ามาตรวจร่างกายเขาและถามคำถามสำคัญว่า ถ้าเกิดว่าหัวใจคุณหยุดเต้นแล้ว จะให้ทางโรงพยาบาลหรือทางญาติทำอย่างไรบ้าง ซึ่งพ่อของเธอก็ตอบคำถามทุกอย่างครบถ้วน แล้วรีบเปิดแล็ปท็อปทำเกรดนักเรียนส่งเหมือนเดิม เธอเล่าถึงวันสุดท้ายของพ่อเธอเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า "พ่อฉันใช้เวลา 2 ชั่วโมงสุดท้ายของชีวิตนั่งทำงานโดยฉันอยู่ที่บ้าน ฉันน่าจะไปอยู่เคียงข้างเขา ปิดแล็ปท็อปเขาแล้วใช้เวลาด้วยกันจนวินาทีสุดท้ายแทนนะ" คำอธิบายใต้ภาพ นอกจากนี้เธอยังกล่าวไปถึงคุณครูทุกท่านด้วยว่า หากเป็นไปได้ โปรดอย่าทำให้เรื่องการทำงานล่วงเวลาหลังเลิกงานเป็นเรื่องปกติ รวมไปถึงการอยู่ที่โรงเรียนนั่งพิมพ์งานดึกดื่นจนลืมการใช้ชีวิตกับครอบครัว เพราะหากขาดพวกคุณไปแล้ว โรงเรียนก็แค่หาครูคนใหม่มาแทน แต่กับครอบครัวที่รักนั้น มันไม่มีใครมาแทนคุณได้หากขาดไป โพสต์ของเธอกลายเป็นที่ชื่นชมในโซเชียลมิเดียอย่างมาก พร้อมกับชาวเน็ตได้แสดงความไว้อาลัยต่อความสูญเสียของแซนดราด้วยเช่นกัน... [embed-facebook]=https://www.facebook.com/sandra.a.navarro.3/posts/10225448344341922 ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก: World of Buzz, Sandra A. Venegas/facebook,[line] => 0,[img] => 1,[color] => A99E8C,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1608546371000),[title] => ครูสอนหนังสือทุ่มเททำงาน นั่งพิมพ์แล็ปท็อปบนเตียงผู้ป่วย แห่ชื่นชม,[link] => https://jarm.live/foreign/152433,[path] => https://jarm.live/foreign/152433,[sec] => 1608546371,[ago] => 25 วัน,[iso] => 2020-12-21T17:26:11+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152433/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152433/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152433/m.jpg,[tone] => #A99E8C,[css] => c1),[4] => Array ([_id] => 152422,[t] => รุดช่วยเหลือสองชาวประมง ติดอยู่บนแผ่นน้ำแข็งอาร์กติกร่วม 24 ชั่วโมง,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads),[s] => Array ([a] => 424,[w] => 424,[i] => 0,[m] => 278,[t] => 0,[d] => 146,[p] => 0),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1608535439000),[fd] => 2020/12/152422,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => รุดช่วยเหลือสองชาวประมง-ติดอยู-152422,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1608542439000),[dq] => สองชาวประมงติดอยู่ในสถานการณ์ความเป็นความตาย หลังติดอยู่บนแผ่นน้ำแข็งในความหนาวเหน็บยาวนานร่วม 24 ชั่วโมง ท่ามกลางมหาสมุทรอาร์กติก ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือในวินาทีสุดท้าย! คำอธิบายใต้ภาพ วินาทีช่วยชีวิตในครั้งนี้ได้กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก เนื่องด้วยสถานการณ์ที่ยากเกินจะเข้าไปช่วยเหลือ เพราะบริเวณที่สองชาวประมงติดอยู่นั้นเต็มไปด้วยแผ่นน้ำแข็งกลางมหาสมุทรอาร์กติก โดยเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อทั้งสองกำลังขี่สโนว์โมบิลไปตามพื้นที่น้ำแข็งอันกว้างใหญ่ทางตอนเหนือของไซบีเรีย ก่อนที่จะตกหล่มน้ำแข็งขนาดใหญ่กะทันหัน คำอธิบายใต้ภาพ แม้ว่าทั้งสองจะสามารถปีนขึ้นไปเหยียบอยู่บนแผ่นน้ำแข็งได้ แต่แผ่นน้ำแข็งดังกล่าวกลับแตกตัวจนไม่สามารถขยับไปไหนได้ พวกเขาต้องยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งโดยไร้ซึ่งความช่วยเหลือยาวนานร่วม 24 ชั่วโมง ท่ามกลางอากาศที่ติดลบ 33 องศา จนกระทั่งได้รับการช่วยเหลือจากเรือตัดน้ำแข็ง ที่เป็นหนึ่งในทีมกู้ภัยพร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์ นำตัวทั้งสองขึ้นมาจากแผ่นน้ำแข็งกลับสู่แผ่นดินใหญ่ได้สำเร็จ คำอธิบายใต้ภาพ แกซพร็อม เจ้าของเรือตัดน้ำแข็ง อเล็กซานเดอร์ ซานนิคอฟ เล่าถึงปฏิบัติการช่วยเหลือในครั้งนี้ว่า "โอกาสในการช่วยเหลือทั้งสองค่อนข้างที่จะริบหรี่เล็กน้อย บริเวณแผ่นน้ำแข็งที่ทั้งสองยืนอยู่นั้นมีพื้นที่กว่า 44,500 ตารางกิโลเมตร ขนาดใหญ่ว่ากรุงมอสโกเสียด้วยซ้ำ แถมแผ่นน้ำแข็งที่ยืนกันอยู่นั้นก็เหมือนจะแตกออกได้ทุกเวลา การล่องเรือตัดน้ำแข็งผ่านนั้นต้องทำกันอย่างระมัดระวังมากๆ เพื่อให้มั่นใจว่าแผ่นน้ำแข็งที่ทั้งสองยืนอยู่มันจะไม่กระทบกับเรือจนแตกออกเป็นเสี่ยง"... คำอธิบายใต้ภาพ ขอบคุณข้อมูลจาก: LADbible,[line] => 3,[img] => 1,[color] => 010101,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1608542439000),[title] => รุดช่วยเหลือสองชาวประมง ติดอยู่บนแผ่นน้ำแข็งอาร์กติกร่วม 24 ชั่วโมง,[link] => https://jarm.live/foreign/152422,[path] => https://jarm.live/foreign/152422,[sec] => 1608542439,[ago] => 25 วัน,[iso] => 2020-12-21T16:20:39+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152422/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152422/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152422/m.jpg,[tone] => #010101,[css] => c2),[5] => Array ([_id] => 152414,[t] => นาทีผู้โดยสารช่วยทำซีพีอาร์ ให้ผู้ป่วยหมดสติบนเครื่องบิน ที่ติดโควิด,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads),[s] => Array ([a] => 2560,[w] => 2560,[i] => 0,[m] => 2256,[t] => 41,[d] => 263,[p] => 0,[hour] => 0),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1608531956000),[fd] => 2020/12/152414,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => นาทีผู้โดยสารช่วยทำซีพีอาร์-ให-152414,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1608534854000),[dq] => เปิดภาพความโกลาหลวุ่นวายบนเครื่องบิน เมื่อผู้โดยสารเกิดหมดสติจนคนอื่นต้องช่วยกันปฐมพยาบาลกู้ชีพ ซีพีอาร์เบื้องต้นก่อนจะเสียชีวิตในที่สุด และทราบภายหลังว่าเขามีเชื้อโควิด-19! คำอธิบายใต้ภาพ เที่ยวบินดังกล่าว ซึ่งเป็นเที่ยวบินของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เดินทางจากเมืองออแลนโดไปยังนครลอสแอนเจลิส จำต้องลงจอดฉุกเฉินในนิวออร์ลีนส์เนื่องด้วยเกิดเหตุดังกล่าว โดยมีแพทย์สนามเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างวุ่นวายพร้อมด้วยผู้โดยสารอีก 3 คนเข้ามาช่วยทำซีพีอาร์แก่ผู้โดยสารชาย ที่ซึ่งเดินทางมากับภรรยาแล้วเกิดหายใจไม่ออกและหมดสติลง คำอธิบายใต้ภาพ รายงานระบุว่า ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ตรงที่นั่ง 28D แอบไปได้ยินฝ่ายภรรยาระบุกับหน่วยแพทย์ว่า สามีของเธอมีอาการป่วยโควิด-19 มาตั้งแต่สัปดาห์ก่อนโดยไม่สามารถรับรสชาติหรือได้กลิ่น ก่อนจะมีอาการสั่นและเหงื่อออกอย่างหนักขณะเครื่องบินกำลังออกตัว กระทั่งเครื่องบินอยู่บนอากาศแล้วอาการของเขาก็เริ่มทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว จนกัปตันตัดสินใจลงจอดฉุกเฉินที่นิวออร์ลีนส์ โดย ณ ตอนนั้นเขาได้หมดสติลงแล้ว คำอธิบายใต้ภาพ พนักงานสายการบินจึงได้ถามผู้โดยสารท่านอื่นบนเครื่องว่ามีท่านใดเป็นแพทย์บ้าง โทนี อัลดาปา หนึ่งในผู้โดยสารบนเครื่องจึงได้อาสาเข้าช่วยเหลือระหว่างรอหน่วยแพทย์ แม้ว่าเขาจะไม่ใช่แพทย์แต่ก็สามารถทำซีพีอาร์ให้ได้ หลังจากนั้นโทนีก็ได้เข้าไปช่วยเหลือโดยมีผู้โดยสารอีก 2 คนคอยช่วยเหลืออีกแรง ผ่านไปราว 45 นาที หน่วยแพทย์จึงมารับไม้ต่อหลังเครื่องลงจอดแล้ว โทนี อัลดาปา โทนีเผยว่าตอนทำซีพีอาร์นั้นเขาไม่ได้ใช้วิธีผายปอด หากแต่เป็นการปั๊มหัวใจจนตัวเขาแอบได้ยินเสียงกระดูกแตกร้าวเนื่องด้วยปอดมีแรงอัดอากาศภายใน "ผมเข้าใจความเสี่ยงในการทำซีพีอาร์ให้กับผู้ที่อาจป่วยโควิด-19 ดี แต่ยังไงผมก็จะเข้าไปช่วยเหลืออยู่ดีแหละ ผมลองไปถามภรรยาของเขาเกี่ยวกับประวัติการรักษาต่างๆ เธอก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่สามีเขาติดโควิดเลยนะ เธอบอกแค่ว่าตนเองและสามีกำลังนั่งเครื่องไปตรวจโควิดที่ลอสแอนเจลิส ส่วนเรื่องที่มีภาพแชร์ออกไปแล้วบอกว่าเกิดความวุ่นวายขึ้นบนเครื่องบินอย่างนั้นอย่างนั้น มันไม่เป็นความจริงเลย ถึงภาพมันจะดูเหมือนว่าเกิดแต่มันไม่มี อาจเป็นเพราะมันมีคนจำนวนมากมามุงรวมกันอยู่ในจุดๆเดียวเลยทำให้ดูเหมือนมีเรื่องแตกตื่น" โทนีกล่าว หลังจากนี้ ตัวโทนีเองกำลังรอผลตรวจของตัวเองอยู่เช่นกันว่าจะพบเชื้อหรือไม่หลังจากที่เข้าไปช่วยทำซีพีอาร์ให้ผู้โดยสารติดโควิดดังกล่าว ส่วนเรื่องการปล่อยให้ผู้ป่วยโควิดขึ้นเครื่องได้นั้น ทางสายการบินกำลังอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีความเป็นไปได้ว่าทั้งสามีภรรยาอาจให้ข้อมูลเท็จกับเจ้าหน้าที่สายการบินก่อนขึ้นเครื่องก็เป็นได้ จึงทำให้หลุดขึ้นเครื่องบินไปและเกิดเหตุดังกล่าว... ขอบคุณข้อมูลจาก: ONSCENE TV, DailyMail,[line] => 3,[img] => 1,[color] => 6C483A,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1608534854000),[title] => นาทีผู้โดยสารช่วยทำซีพีอาร์ ให้ผู้ป่วยหมดสติบนเครื่องบิน ที่ติดโควิด,[link] => https://jarm.live/foreign/152414,[path] => https://jarm.live/foreign/152414,[sec] => 1608534854,[ago] => 25 วัน,[iso] => 2020-12-21T14:14:14+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152414/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152414/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152414/m.jpg,[tone] => #6C483A,[css] => c2),[6] => Array ([_id] => 152410,[t] => นางแบบไอจีวัย 24 แชร์ประสบการต่อสู้กับโรคคลั่งผอม ก่อนจากไปอย่างสงบ,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads),[s] => Array ([a] => 11783,[w] => 11783,[i] => 0,[m] => 11151,[t] => 103,[d] => 529,[p] => 0,[hour] => 52),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1608528921000),[fd] => 2020/12/152410,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => นางแบบไอจีวัย-24-แชร์ประสบการต-152410,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1608531668000),[dq] => นางแบบสาวชาวเยอรมันผู้โด่งดังในอินสตาแกรม เสียชีวิตลงอย่างน่าเศร้าเพียงวันเดียว หลังจากที่เธอได้แชร์ประสบการณ์ต่อสู้กับโรคที่ตนเผชิญอยู่ คำอธิบายใต้ภาพ โจซี มาเรีย นางแบบสาววัย 24 ปี จากกรุงคีล ประเทศเยอรมนี ได้พ่ายแพ้ให้กับโรคร้ายที่เธอทนทุกข์อยู่กับมันมายาวนานขณะเดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพร้อมกันกับเพื่อนๆของเธอ รายงานระบุว่าเธอเสียชีวิตลงภายใต้อ้อมแขนของเพื่อนภายหลังกลับจากเที่ยวบนเกาะสเปนและไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย คำอธิบายใต้ภาพ ก่อนหน้าที่เธอจะเสียชีวิตนั้น โจซีได้อัดคลิปเสียงของตัวเองเอาไว้ เล่าถึงความทุกข์ที่เธอต้องต่อสู้กับโรคร้ายที่ตัวเองเป็นอยู่นี้มาอย่างยาวนาน บางช่วงบางตอนของคลิปเสียงเธอได้แสดงออกถึงความหวาดกลัวที่จะเสียชีวิตจากโรคนี้ด้วย ซึ่งคลิปนี้ได้โพสต์ลงเพจอินสตาแกรมของตัวเองที่มียอดผู้ติดตามกว่า 138,000 คน โรคร้ายที่เธอเป็นอยู่นี้คือโรคอะนอเร็กเซีย โดยกล่าวว่าโรคนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของเธอ แต่มันขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจข้างในหัวของเธอเอง! คำอธิบายใต้ภาพ โรซีระบายความอัดอั้นนี้ว่า "โรคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องที่ตัวเองอยากผอมเพียงอย่างเดียว แต่มันรวมไปถึงความวิตกกังวลในเรื่องของภาพลักษณ์ การวางตัวต่างๆนานา และยังต้องทุกข์กับการที่เห็นว่าตัวเองผอมไปแล้วนะ ต้องพยายามเพิ่มน้ำหนักตนเองเพื่อแสวงหาความสุขให้กับชีวิต" ภายหลังโรซีเสียชีวิตแล้ว แม่ของเธอได้ออกมาโพสต์แสดงความเสียใจต่อการจากไปของลูกสาวว่า "สำหรับแม่ ลูกคือเทพธิดาของแม่ เราภาคภูมิใจในตัวลูกมากที่ต่อสู้อย่างกล้าหาญกับโรคร้ายนี้ แม้ว่าลูกจะแพ้ให้กับมัน แต่ก็ถือว่าลูกได้จากไปอย่างสงบใต้อ้อมแขนคนที่รักลูก" คำอธิบายใต้ภาพ โรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia) หรือโรคคลั่งผอม ถือเป็นปัญหาสุขภาพจิตชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในหมวดเดียวกันกับกลุ่มโรคการกินผิดปกติ (Eating Disorder) ซึ่งผู้ป่วยจะมีน้ำหนักที่ต่ำกว่าเกณฑ์ กลัวว่าน้ำหนักจะขึ้น มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับรูปร่างตัวเอง จนถึงขั้นพยายามล้วงคออาเจียนหลังรับประทานอาหารเพื่อไม่ให้น้ำหนักขึ้น อดอาหาร ใช้ยาลดน้ำหนักต่างๆ... คำอธิบายใต้ภาพ ขอบคุณข้อมูลจาก: The Sun, josimariaxx/instagram,[line] => 3,[img] => 1,[color] => E4E4E4,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1608531668000),[title] => นางแบบไอจีวัย 24 แชร์ประสบการต่อสู้กับโรคคลั่งผอม ก่อนจากไปอย่างสงบ,[link] => https://jarm.live/foreign/152410,[path] => https://jarm.live/foreign/152410,[sec] => 1608531668,[ago] => 25 วัน,[iso] => 2020-12-21T13:21:08+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152410/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152410/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152410/m.jpg,[tone] => #E4E4E4,[css] => c2),[7] => Array ([_id] => 152404,[t] => พ่อแม่เรียกร้องขอเงินคืน หลังซุ้มคริสต์มาสสุดสวย กลายเป็นฝันร้ายของเด็กๆ,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads),[s] => Array ([a] => 709,[w] => 709,[i] => 0,[m] => 513,[t] => 15,[d] => 181,[p] => 0),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1608525814000),[fd] => 2020/12/152404,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => พ่อแม่เรียกร้องขอเงินคืน-หลังซ-152404,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1608528167000),[dq] => หลากหลายครอบครัวในประเทศอังกฤษต่างพากันเรียกร้องขอเงินคืน หลังจากเสียเงินหวังพาลูกหลานเข้าไปชมเทศกาลคริสต์มาส แต่ต้องรถติดนานนับชั่วโมงจนเด็กๆเกิดอาการหวาดผวา! คำอธิบายใต้ภาพ โดยงานเทศกาลบ้านซานตาคลอสนี้ ที่เปลี่ยนโรงเรียนแทเวอร์แฮม ฮอลล์ ในเมืองนอริช ประเทศอังกฤษ ได้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์สนั่นหลังเสียงตอบรับจากบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่เสียเงินพาลูกๆของพวกเขามาเข้าร่วมในงานเทศกาลนี้ เนื่องจากแทบทุกอย่างภายในงานนั้นเรียกได้ว่า "สุดยอดของความเละเทะ" สร้างความผิดหวังไม่คุ้มค่าเงินของพวกเขาเป็นจำนวนมาก คำอธิบายใต้ภาพ คำอธิบายใต้ภาพ สำหรับเทศกาลนี้ที่จัดขึ้นโดยทีมจัดงานอีเวนท์อย่าง We Make Events ได้คุยโวว่าจะเป็นประสบการคริสต์มาสแบบไดร์ฟ-ทรู ไม่ต้องลงจากรถก็จะได้รับประสบการณ์คริสต์มาสแบบจัดเต็มโดยที่ยังคงมาตรการรักษาระยะห่างโควิด-19 ได้ด้วย แต่หลังจากงานผ่านพ้นไป พ่อแม่ผู้ปกครองได้อ้างกันว่างานเทศกาลดังกล่าว นอกจากจะไม่เหมือนที่คุยไว้แล้ว การที่ติดอยู่ในถ้ำต้นคริสต์มาสที่มีแสงสีแปลกๆนั้น ทำให้เด็กๆเกิดอาการขวัญผวา ทั้งหงุดหงิดทั้งหวาดกลัวเพราะรถติดเป็นชั่วโมงๆ จนมีคนแซวว่าไปขั้วโลกเหนือเองยังจะไวกว่านี้เลย คำอธิบายใต้ภาพ หนึ่งในผู้ปกครองเด็กที่รู้สึกหงุดหงิดกับงานดังกล่าวเผยว่า พวกเขาต้องเสียเงินค่าเข้าไปกว่า 110 ปอนด์ (ราว 4,000 บาท) เพื่อไปเจออะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ได้ "เต็มไปด้วยมนตร์ขลัง" เหมือนอย่างที่ผู้จัดเขาโฆษณาเอาไว้เลย แถมลูกๆของพวกเขายังต้องเสียสุขภาพจิตกับการที่ต้องติดอยู่ในที่มืดนานๆอีกด้วย คำอธิบายใต้ภาพ แต่อย่างไรก็ตาม หาใช่พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กทุกคนที่พากันหัวเสียกับงานนี้ เพราะมีบางคนมองว่างานที่จัดถือว่าสนุกสนานและคุ้มเงินมาก เบื้องต้นทาง We Make Events ยังคงนิ่งไม่ออกมาตอบโต้กับกระแสด้านลบที่ค่อนข้างรุนแรงนี้แต่อย่างใด... คำอธิบายใต้ภาพ ขอบคุณข้อมูลจาก: LADbible, The Sun,[line] => 3,[img] => 1,[color] => 0F1305,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1608528167000),[title] => พ่อแม่เรียกร้องขอเงินคืน หลังซุ้มคริสต์มาสสุดสวย กลายเป็นฝันร้ายของเด็กๆ,[link] => https://jarm.live/foreign/152404,[path] => https://jarm.live/foreign/152404,[sec] => 1608528167,[ago] => 25 วัน,[iso] => 2020-12-21T12:22:47+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152404/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152404/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152404/m.jpg,[tone] => #0F1305,[css] => c0)),[nin] => Array ([0] => 152813,[1] => 152437,[2] => 152435,[3] => 152433,[4] => 152422,[5] => 152414,[6] => 152410,[7] => 152404),[i] => 0,[fetch_ads] => Closure Object (),[h1] => )) #1 count() called at [/var/www/php/app/www/home.php:38] #2 Jarm\App\Www\Home->_home(Array ()) called at [/var/www/php/core/load.php:207] #3 Jarm\Core\Load->Jarm\Core\{closure}() called at [/var/www/php/core/load.php:580] #4 Jarm\Core\Load->get(jarm.live/home/, Closure Object (), 1) called at [/var/www/php/core/load.php:279] #5 Jarm\Core\Load->run() called at [/var/www/php/start.php:104] Jarm Engine - เกิดข้อผิดพลาด!
[ domain: jarm.live ]
[ no: 2 ]
[ msg: count(): Parameter must be an array or an object that implements Countable ]
[ line: 38 in /php/app/www/home.php ]
[ server: 128.199.68.106 ]#0 {closure}(2, count(): Parameter must be an array or an object that implements Countable, /var/www/php/app/www/home.php, 43, Array ([db] => Jarm\Core\DB Object ([mongo] => Array ([s1] => MongoDB\Driver\Manager Object ()),[col] => Array (),[Jarm\Core\DBdebug] => ,[Jarm\Core\DBconcern] => ,[collection] => Array ([ads] => s1,[blog] => s1,[banner] => s1)),[blog] => Jarm\App\Blog Object (),[top] => Array ([0] => Array ([_id] => 152813,[t] => ตายายโผกอดหลานครั้งแรก หลังกักตัวยาว 9 เดือน ด้วยชุดหมีขั้วโลก,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads,[1] => ia),[s] => Array ([a] => 161,[w] => 161,[i] => 0,[m] => 17,[t] => 0,[d] => 144,[p] => 0),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1609297398000),[fd] => 2020/12/152813,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => ตายายโผกอดหลานครั้งแรก-หลังกัก-152813,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1609303146000),[dq] => สองตายายผู้ต้องอยู่ห่างไกลครอบครัวเนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 โอบกอดหลานด้วยความโหยหา ต้องขอบคุณชุดหมีขั้วโลกเป่าลมที่ทำให้ทั้งสามได้มอบความรักแก่กันได้โดยไร้ความเสี่ยง คำอธิบายใต้ภาพ บาร์บาร่า คุณยายวัย 71 ปี และ ไคล์ฟ วอลชอว์ คุณตาวัย 73 ปี เล่าวินาทีที่ได้กอดหลานสุดที่รักเป็นครั้งแรกภายหลังต้องห่างกันไกลมานับตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ซึ่งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้เริ่มต้นขึ้นว่า "นับเป็น 6 นาทีที่ดีที่สุดในปี 2020" ส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาได้กอดหลานๆอย่างเต็มที่ได้ก็เพราะ ชุดหมีขั้วโลกเป่าลมชุดนี้ คำอธิบายใต้ภาพ บาร์บาร่าเล่าว่าเธอและไคลฟ์ รวมไปถึงหลานๆทุกคนพากันเศร้าใจเมื่อรู้ว่าจะไม่ได้เจอหน้ากันยาวไปถึงช่วงคริสต์มาสวันที่ 25 ธ.ค. และต้องเจอกันผ่านวิดิโอคอลแทน แต่วันหนึ่งบาร์บาร่าได้นั่งช้อปปิ้งออนไลน์จนไปเจอชุดหมีขั้วโลกเป่าลม เพียงเท่านั้นแผนการไปหาหลานโดยไร้ความเสี่ยงเรื่องโรคระบาดพลันแล่นเข้ามาในหัวทันที คำอธิบายใต้ภาพ สองตายายแอบย่องมาที่บ้านเด็กๆในเมืองลีดส์ ก่อนจะไปเซอร์ไพรส์เด็กๆที่ประกอบไปด้วย ควินน์ (6 ขวบ) มอร์แกน (8 ขวบ) และแมคเคนซี (14 ปี) ในร่างหมีขั้วโลกเป่าลมสูง 6 ฟุต 6 นิ้ว บังเกิดเป็นช่วงเวลาหวนคืนอย่างอบอุ่นที่ทั้งสองตามหามายาวนาน "ตอนแรกเด็กๆไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงไปหาพวกเขาไม่ได้ และนั่นทำให้เด็กๆเสียใจมาก เพราะปกติทุกคริสต์มาสเราจะอยู่ด้วยกันเสมอ" คุณยายบาร์บาร่ากล่าว คำอธิบายใต้ภาพ แต่ด้วยชุดหมีขั้วโลกนี้ทำให้ทั้งสองหาได้บกพร่องวันแห่งครอบครัวนี้ไป และได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้งแม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ แต่ก็ถือว่ามีความสุขที่สุดในปี 2020 แล้วแถมชุดหมีนี้ก็เรียกเสียงฮือฮาจากเด็กๆได้ดีทีเดียว... คำอธิบายใต้ภาพ ขอบคุณข้อมูลจาก: Metro,[line] => 3,[img] => 1,[color] => 746E6E,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1609303146000),[title] => ตายายโผกอดหลานครั้งแรก หลังกักตัวยาว 9 เดือน ด้วยชุดหมีขั้วโลก,[link] => https://jarm.live/foreign/152813,[path] => https://jarm.live/foreign/152813,[sec] => 1609303146,[ago] => 16 วัน,[iso] => 2020-12-30T11:39:06+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152813/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152813/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152813/m.jpg,[tone] => #746E6E,[css] => c1),[1] => Array ([_id] => 152437,[t] => จีนพบอดีตสุดพิศวง สุสานโบราณ คาดไว้บูชาดวงอาทิตย์,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads),[s] => Array ([a] => 708,[w] => 708,[i] => 0,[m] => 443,[t] => 11,[d] => 254,[p] => 0),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1608548908000),[fd] => 2020/12/152437,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => จีนพบอดีตสุดพิศวง-สุสานโบราณ-ค-152437,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1608549988000),[dq] => คณะนักโบราณคดีจีน ได้ตรวจพบสุสานสถานแห่งหนึ่งในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน คาดเป็นสถานที่ไว้สักการะบูชาดวงอาทิตย์ คำอธิบายใต้ภาพ สำนักข่าว xinhuathai รายงานข่าวว่า สุสานโบราณดังกล่าวถูกพบในอำเภอหนีเล่อเค่อ แคว้นปกครองตนเองอีหลี กลุ่มชาติพันธุ์คาซัค เมื่อปี 2015 โดยคณะนักโบราณคดีจากสถาบันโบราณคดีและวัตถุทางวัฒนธรรมซินเจียงได้ค้นพบเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องมือหิน ช่วยให้นักวิจัยสามารถระบุอายุของสุสานว่ามีความเก่าแก่ราว 3,500 ปี คำอธิบายใต้ภาพ โดยโครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2019 เรื่อยมาจนนำไปสู่การพบแนวหินกว่า 17 แนว บริเวณข้างหลุมฝังศพ ซึ่งมีรูปแบบคล้ายคลึงกับลำแสงของดวงอาทิตย์ จึงคาดว่าอาจเป็นสถานที่ไว้สักการะดวงอาทิตย์ก็เป็นได้ "ลักษณะของแนวหินที่ดูคล้ายลำแสงดวงอาทิตย์อาจบ่งบอกถึงการสักการะบูชาดวงอาทิตย์" ร่วนชิวหรง หัวหน้าโครงการฯ กล่าว "รูปแบบการจัดวางที่คล้ายคลึงกันนี้สามารถพบได้ในโบราณสถานบริเวณอื่นของซินเจียงและทุ่งหญ้ายูเรเซีย" คำอธิบายใต้ภาพ ร่วนระบุว่า พื้นที่ด้านล่างและนอกสุสานถูกปูด้วยโคลนสีแดง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการบูชาดวงอาทิตย์เช่นเดียวกัน พร้อมเสริมว่าโครงสร้างอันสลับซับซ้อนของสุสานแสดงให้เห็นว่าเจ้าของโบราณสถานแห่งนี้มีตำแหน่งทางสังคมระดับสูง ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวทิ้งท้ายว่าสุสานแห่งดังกล่าวมอบข้อมูลการวิจัยที่สำคัญต่อการศึกษาสภาพสังคมและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในซินเจียงเมื่อเวลากว่า 3,000 ปีก่อน... คำอธิบายใต้ภาพ ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก: xinhuathai,[line] => 3,[img] => 1,[color] => 5C5054,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1608549988000),[title] => จีนพบอดีตสุดพิศวง สุสานโบราณ คาดไว้บูชาดวงอาทิตย์,[link] => https://jarm.live/foreign/152437,[path] => https://jarm.live/foreign/152437,[sec] => 1608549988,[ago] => 25 วัน,[iso] => 2020-12-21T18:26:28+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152437/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152437/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152437/m.jpg,[tone] => #5C5054,[css] => c1),[2] => Array ([_id] => 152435,[t] => กู้ภัยเข้าช่วย เด็กชาย 3 ขวบ หัวติดประตูเหล็กดัด สุดกดดันแข่งกับเวลา,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads),[s] => Array ([a] => 512,[w] => 512,[i] => 0,[m] => 351,[t] => 9,[d] => 152,[p] => 0,[hour] => 24),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1608546530000),[fd] => 2020/12/152435,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => กู้ภัยเข้าช่วย-เด็กชาย-3-ขวบ-ห-152435,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1608548746000),[dq] => บางครั้งการเล่นซนของเด็กๆ อาจนำไปสู่สุดยอดของหายนะได้ เพราะฉะนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานของท่านให้ดี หากไม่อยากให้เจอเรื่องแบบนี้! คำอธิบายใต้ภาพ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุเด็กชายวัย 3 ขวบประสบอุบัติเหตุหัวติดซี่เหล็กดัดประตูบ้าน และตำแหน่งที่ติดดันอยู่สูงเกือบเมตรหนึ่งภายในบ้าน ณ เมืองเซอร์ดัง รัฐสลังงอร์ของมาเลเซีย ด้านทีมดับเพลิงและกู้ภัยสลังงอร์จึงได้รีบมายังที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้งเมื่อเวลา 13.30 น. พร้อมด้วยพนักงานดับเพลิงอีก 6 ชีวิตเข้าช่วยเหลือเด็กน้อย คำอธิบายใต้ภาพ ฮาฟิชัม โมห์ด นูร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ แผนกดับเพลิงและกู้ภัยสลังงอร์ ได้เผยว่าเมื่อทีมเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุก็พบตัวเด็กชายวัย 3 ขวบหัวติดอยู่บนซี่เหล็กดัดบานประตูแล้ว แต่แม้ว่าภาพที่เห็นจะชวนให้ดูน่าหวาดเสียว ทีมดับเพลิงกลับใช้เวลาในการช่วยเหลือเด็กน้อยเพียงไม่กี่นาทีก็หลุดจากเหล็กประตูได้โดยสวัสดิภาพ ไร้ซึ่งอาการบาดเจ็บใดๆ [embed-facebook]=https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1772411179603251&id=223545897823128 เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ Info Roadblock JPJ/POLIS และเรียกเสียงฮือฮาแก่ชาวเน็ตเป็นอย่างมาก รวมถึงยกให้เป็นอุทาหรณ์แก่พ่อแม่ผู้ปกครองว่าควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เพราะบางทีลูกของคุณอาจไม่โชคดีอย่างนี้ก็เป็นได้... ขอบคุณข้อมูลจาก: World of Buzz, Info Roadblock JPJ/POLIS/facebook,[line] => 0,[img] => 1,[color] => C2BDAA,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1608548746000),[title] => กู้ภัยเข้าช่วย เด็กชาย 3 ขวบ หัวติดประตูเหล็กดัด สุดกดดันแข่งกับเวลา,[link] => https://jarm.live/foreign/152435,[path] => https://jarm.live/foreign/152435,[sec] => 1608548746,[ago] => 25 วัน,[iso] => 2020-12-21T18:05:46+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152435/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152435/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152435/m.jpg,[tone] => #C2BDAA,[css] => c3),[3] => Array ([_id] => 152433,[t] => ครูสอนหนังสือทุ่มเททำงาน นั่งพิมพ์แล็ปท็อปบนเตียงผู้ป่วย แห่ชื่นชม,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads),[s] => Array ([a] => 588,[w] => 588,[i] => 0,[m] => 420,[t] => 9,[d] => 159,[p] => 0,[hour] => 26),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1608546294000),[fd] => 2020/12/152433,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => ครูสอนหนังสือทุ่มเททำงาน-นั่งพ-152433,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1608546371000),[dq] => วิชาชีพครูถือเป็นหนึ่งในอาชีพที่ต้องเสียสละไม่น้อย หาใช่เพียงแค่สอนหนังสือเด็กนักเรียนอย่างเดียว แต่ต้องดูแลและอุทิศเพื่อการสอนหนังสืออย่างเต็มที่ เหมือนอย่างครูท่านนี้ คำอธิบายใต้ภาพ แซนดรา เอ เวเนกัส เผยภาพสุดประทับใจของเธอลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเผยให้เห็นพ่อของเธอ อเลฮันโดร นาวาร์โร ซึ่งเป็นครูสอนหนังสือผู้ทุ่มเททั้งกายและใจให้กับวิชาชีพนี้ ถึงขั้นเอาแล็ปท็อปขึ้นมานั่งทำงานทั้งที่ตัวเองกำลังนอนให้น้ำเกลืออยู่บนเตียงคนไข้ โดยในโพสต์ระบุว่า "นี่คือพ่อฉันเอง อเลฮันโดร หนึ่งวันก่อนที่พ่อจะจากไป เอาแต่นั่งกังวลคะแนนเกรดของนักเรียนจนเมื่อถึงวันที่รู้ว่าต้องผ่าตัด พ่อรีบเก็บอุปกรณ์แล็ปท็อปเพื่อมาเสียบปลั๊กทำงานเลยทีเดียว" คำอธิบายใต้ภาพ แซนดราเล่าว่ามีครั้งหนึ่ง หมอเข้ามาตรวจร่างกายเขาและถามคำถามสำคัญว่า ถ้าเกิดว่าหัวใจคุณหยุดเต้นแล้ว จะให้ทางโรงพยาบาลหรือทางญาติทำอย่างไรบ้าง ซึ่งพ่อของเธอก็ตอบคำถามทุกอย่างครบถ้วน แล้วรีบเปิดแล็ปท็อปทำเกรดนักเรียนส่งเหมือนเดิม เธอเล่าถึงวันสุดท้ายของพ่อเธอเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า "พ่อฉันใช้เวลา 2 ชั่วโมงสุดท้ายของชีวิตนั่งทำงานโดยฉันอยู่ที่บ้าน ฉันน่าจะไปอยู่เคียงข้างเขา ปิดแล็ปท็อปเขาแล้วใช้เวลาด้วยกันจนวินาทีสุดท้ายแทนนะ" คำอธิบายใต้ภาพ นอกจากนี้เธอยังกล่าวไปถึงคุณครูทุกท่านด้วยว่า หากเป็นไปได้ โปรดอย่าทำให้เรื่องการทำงานล่วงเวลาหลังเลิกงานเป็นเรื่องปกติ รวมไปถึงการอยู่ที่โรงเรียนนั่งพิมพ์งานดึกดื่นจนลืมการใช้ชีวิตกับครอบครัว เพราะหากขาดพวกคุณไปแล้ว โรงเรียนก็แค่หาครูคนใหม่มาแทน แต่กับครอบครัวที่รักนั้น มันไม่มีใครมาแทนคุณได้หากขาดไป โพสต์ของเธอกลายเป็นที่ชื่นชมในโซเชียลมิเดียอย่างมาก พร้อมกับชาวเน็ตได้แสดงความไว้อาลัยต่อความสูญเสียของแซนดราด้วยเช่นกัน... [embed-facebook]=https://www.facebook.com/sandra.a.navarro.3/posts/10225448344341922 ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก: World of Buzz, Sandra A. Venegas/facebook,[line] => 0,[img] => 1,[color] => A99E8C,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1608546371000),[title] => ครูสอนหนังสือทุ่มเททำงาน นั่งพิมพ์แล็ปท็อปบนเตียงผู้ป่วย แห่ชื่นชม,[link] => https://jarm.live/foreign/152433,[path] => https://jarm.live/foreign/152433,[sec] => 1608546371,[ago] => 25 วัน,[iso] => 2020-12-21T17:26:11+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152433/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152433/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152433/m.jpg,[tone] => #A99E8C,[css] => c1),[4] => Array ([_id] => 152422,[t] => รุดช่วยเหลือสองชาวประมง ติดอยู่บนแผ่นน้ำแข็งอาร์กติกร่วม 24 ชั่วโมง,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads),[s] => Array ([a] => 424,[w] => 424,[i] => 0,[m] => 278,[t] => 0,[d] => 146,[p] => 0),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1608535439000),[fd] => 2020/12/152422,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => รุดช่วยเหลือสองชาวประมง-ติดอยู-152422,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1608542439000),[dq] => สองชาวประมงติดอยู่ในสถานการณ์ความเป็นความตาย หลังติดอยู่บนแผ่นน้ำแข็งในความหนาวเหน็บยาวนานร่วม 24 ชั่วโมง ท่ามกลางมหาสมุทรอาร์กติก ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือในวินาทีสุดท้าย! คำอธิบายใต้ภาพ วินาทีช่วยชีวิตในครั้งนี้ได้กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก เนื่องด้วยสถานการณ์ที่ยากเกินจะเข้าไปช่วยเหลือ เพราะบริเวณที่สองชาวประมงติดอยู่นั้นเต็มไปด้วยแผ่นน้ำแข็งกลางมหาสมุทรอาร์กติก โดยเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อทั้งสองกำลังขี่สโนว์โมบิลไปตามพื้นที่น้ำแข็งอันกว้างใหญ่ทางตอนเหนือของไซบีเรีย ก่อนที่จะตกหล่มน้ำแข็งขนาดใหญ่กะทันหัน คำอธิบายใต้ภาพ แม้ว่าทั้งสองจะสามารถปีนขึ้นไปเหยียบอยู่บนแผ่นน้ำแข็งได้ แต่แผ่นน้ำแข็งดังกล่าวกลับแตกตัวจนไม่สามารถขยับไปไหนได้ พวกเขาต้องยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งโดยไร้ซึ่งความช่วยเหลือยาวนานร่วม 24 ชั่วโมง ท่ามกลางอากาศที่ติดลบ 33 องศา จนกระทั่งได้รับการช่วยเหลือจากเรือตัดน้ำแข็ง ที่เป็นหนึ่งในทีมกู้ภัยพร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์ นำตัวทั้งสองขึ้นมาจากแผ่นน้ำแข็งกลับสู่แผ่นดินใหญ่ได้สำเร็จ คำอธิบายใต้ภาพ แกซพร็อม เจ้าของเรือตัดน้ำแข็ง อเล็กซานเดอร์ ซานนิคอฟ เล่าถึงปฏิบัติการช่วยเหลือในครั้งนี้ว่า "โอกาสในการช่วยเหลือทั้งสองค่อนข้างที่จะริบหรี่เล็กน้อย บริเวณแผ่นน้ำแข็งที่ทั้งสองยืนอยู่นั้นมีพื้นที่กว่า 44,500 ตารางกิโลเมตร ขนาดใหญ่ว่ากรุงมอสโกเสียด้วยซ้ำ แถมแผ่นน้ำแข็งที่ยืนกันอยู่นั้นก็เหมือนจะแตกออกได้ทุกเวลา การล่องเรือตัดน้ำแข็งผ่านนั้นต้องทำกันอย่างระมัดระวังมากๆ เพื่อให้มั่นใจว่าแผ่นน้ำแข็งที่ทั้งสองยืนอยู่มันจะไม่กระทบกับเรือจนแตกออกเป็นเสี่ยง"... คำอธิบายใต้ภาพ ขอบคุณข้อมูลจาก: LADbible,[line] => 3,[img] => 1,[color] => 010101,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1608542439000),[title] => รุดช่วยเหลือสองชาวประมง ติดอยู่บนแผ่นน้ำแข็งอาร์กติกร่วม 24 ชั่วโมง,[link] => https://jarm.live/foreign/152422,[path] => https://jarm.live/foreign/152422,[sec] => 1608542439,[ago] => 25 วัน,[iso] => 2020-12-21T16:20:39+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152422/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152422/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152422/m.jpg,[tone] => #010101,[css] => c2),[5] => Array ([_id] => 152414,[t] => นาทีผู้โดยสารช่วยทำซีพีอาร์ ให้ผู้ป่วยหมดสติบนเครื่องบิน ที่ติดโควิด,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads),[s] => Array ([a] => 2560,[w] => 2560,[i] => 0,[m] => 2256,[t] => 41,[d] => 263,[p] => 0,[hour] => 0),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1608531956000),[fd] => 2020/12/152414,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => นาทีผู้โดยสารช่วยทำซีพีอาร์-ให-152414,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1608534854000),[dq] => เปิดภาพความโกลาหลวุ่นวายบนเครื่องบิน เมื่อผู้โดยสารเกิดหมดสติจนคนอื่นต้องช่วยกันปฐมพยาบาลกู้ชีพ ซีพีอาร์เบื้องต้นก่อนจะเสียชีวิตในที่สุด และทราบภายหลังว่าเขามีเชื้อโควิด-19! คำอธิบายใต้ภาพ เที่ยวบินดังกล่าว ซึ่งเป็นเที่ยวบินของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เดินทางจากเมืองออแลนโดไปยังนครลอสแอนเจลิส จำต้องลงจอดฉุกเฉินในนิวออร์ลีนส์เนื่องด้วยเกิดเหตุดังกล่าว โดยมีแพทย์สนามเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างวุ่นวายพร้อมด้วยผู้โดยสารอีก 3 คนเข้ามาช่วยทำซีพีอาร์แก่ผู้โดยสารชาย ที่ซึ่งเดินทางมากับภรรยาแล้วเกิดหายใจไม่ออกและหมดสติลง คำอธิบายใต้ภาพ รายงานระบุว่า ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ตรงที่นั่ง 28D แอบไปได้ยินฝ่ายภรรยาระบุกับหน่วยแพทย์ว่า สามีของเธอมีอาการป่วยโควิด-19 มาตั้งแต่สัปดาห์ก่อนโดยไม่สามารถรับรสชาติหรือได้กลิ่น ก่อนจะมีอาการสั่นและเหงื่อออกอย่างหนักขณะเครื่องบินกำลังออกตัว กระทั่งเครื่องบินอยู่บนอากาศแล้วอาการของเขาก็เริ่มทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว จนกัปตันตัดสินใจลงจอดฉุกเฉินที่นิวออร์ลีนส์ โดย ณ ตอนนั้นเขาได้หมดสติลงแล้ว คำอธิบายใต้ภาพ พนักงานสายการบินจึงได้ถามผู้โดยสารท่านอื่นบนเครื่องว่ามีท่านใดเป็นแพทย์บ้าง โทนี อัลดาปา หนึ่งในผู้โดยสารบนเครื่องจึงได้อาสาเข้าช่วยเหลือระหว่างรอหน่วยแพทย์ แม้ว่าเขาจะไม่ใช่แพทย์แต่ก็สามารถทำซีพีอาร์ให้ได้ หลังจากนั้นโทนีก็ได้เข้าไปช่วยเหลือโดยมีผู้โดยสารอีก 2 คนคอยช่วยเหลืออีกแรง ผ่านไปราว 45 นาที หน่วยแพทย์จึงมารับไม้ต่อหลังเครื่องลงจอดแล้ว โทนี อัลดาปา โทนีเผยว่าตอนทำซีพีอาร์นั้นเขาไม่ได้ใช้วิธีผายปอด หากแต่เป็นการปั๊มหัวใจจนตัวเขาแอบได้ยินเสียงกระดูกแตกร้าวเนื่องด้วยปอดมีแรงอัดอากาศภายใน "ผมเข้าใจความเสี่ยงในการทำซีพีอาร์ให้กับผู้ที่อาจป่วยโควิด-19 ดี แต่ยังไงผมก็จะเข้าไปช่วยเหลืออยู่ดีแหละ ผมลองไปถามภรรยาของเขาเกี่ยวกับประวัติการรักษาต่างๆ เธอก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่สามีเขาติดโควิดเลยนะ เธอบอกแค่ว่าตนเองและสามีกำลังนั่งเครื่องไปตรวจโควิดที่ลอสแอนเจลิส ส่วนเรื่องที่มีภาพแชร์ออกไปแล้วบอกว่าเกิดความวุ่นวายขึ้นบนเครื่องบินอย่างนั้นอย่างนั้น มันไม่เป็นความจริงเลย ถึงภาพมันจะดูเหมือนว่าเกิดแต่มันไม่มี อาจเป็นเพราะมันมีคนจำนวนมากมามุงรวมกันอยู่ในจุดๆเดียวเลยทำให้ดูเหมือนมีเรื่องแตกตื่น" โทนีกล่าว หลังจากนี้ ตัวโทนีเองกำลังรอผลตรวจของตัวเองอยู่เช่นกันว่าจะพบเชื้อหรือไม่หลังจากที่เข้าไปช่วยทำซีพีอาร์ให้ผู้โดยสารติดโควิดดังกล่าว ส่วนเรื่องการปล่อยให้ผู้ป่วยโควิดขึ้นเครื่องได้นั้น ทางสายการบินกำลังอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีความเป็นไปได้ว่าทั้งสามีภรรยาอาจให้ข้อมูลเท็จกับเจ้าหน้าที่สายการบินก่อนขึ้นเครื่องก็เป็นได้ จึงทำให้หลุดขึ้นเครื่องบินไปและเกิดเหตุดังกล่าว... ขอบคุณข้อมูลจาก: ONSCENE TV, DailyMail,[line] => 3,[img] => 1,[color] => 6C483A,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1608534854000),[title] => นาทีผู้โดยสารช่วยทำซีพีอาร์ ให้ผู้ป่วยหมดสติบนเครื่องบิน ที่ติดโควิด,[link] => https://jarm.live/foreign/152414,[path] => https://jarm.live/foreign/152414,[sec] => 1608534854,[ago] => 25 วัน,[iso] => 2020-12-21T14:14:14+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152414/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152414/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152414/m.jpg,[tone] => #6C483A,[css] => c2),[6] => Array ([_id] => 152410,[t] => นางแบบไอจีวัย 24 แชร์ประสบการต่อสู้กับโรคคลั่งผอม ก่อนจากไปอย่างสงบ,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads),[s] => Array ([a] => 11783,[w] => 11783,[i] => 0,[m] => 11151,[t] => 103,[d] => 529,[p] => 0,[hour] => 52),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1608528921000),[fd] => 2020/12/152410,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => นางแบบไอจีวัย-24-แชร์ประสบการต-152410,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1608531668000),[dq] => นางแบบสาวชาวเยอรมันผู้โด่งดังในอินสตาแกรม เสียชีวิตลงอย่างน่าเศร้าเพียงวันเดียว หลังจากที่เธอได้แชร์ประสบการณ์ต่อสู้กับโรคที่ตนเผชิญอยู่ คำอธิบายใต้ภาพ โจซี มาเรีย นางแบบสาววัย 24 ปี จากกรุงคีล ประเทศเยอรมนี ได้พ่ายแพ้ให้กับโรคร้ายที่เธอทนทุกข์อยู่กับมันมายาวนานขณะเดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพร้อมกันกับเพื่อนๆของเธอ รายงานระบุว่าเธอเสียชีวิตลงภายใต้อ้อมแขนของเพื่อนภายหลังกลับจากเที่ยวบนเกาะสเปนและไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย คำอธิบายใต้ภาพ ก่อนหน้าที่เธอจะเสียชีวิตนั้น โจซีได้อัดคลิปเสียงของตัวเองเอาไว้ เล่าถึงความทุกข์ที่เธอต้องต่อสู้กับโรคร้ายที่ตัวเองเป็นอยู่นี้มาอย่างยาวนาน บางช่วงบางตอนของคลิปเสียงเธอได้แสดงออกถึงความหวาดกลัวที่จะเสียชีวิตจากโรคนี้ด้วย ซึ่งคลิปนี้ได้โพสต์ลงเพจอินสตาแกรมของตัวเองที่มียอดผู้ติดตามกว่า 138,000 คน โรคร้ายที่เธอเป็นอยู่นี้คือโรคอะนอเร็กเซีย โดยกล่าวว่าโรคนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของเธอ แต่มันขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจข้างในหัวของเธอเอง! คำอธิบายใต้ภาพ โรซีระบายความอัดอั้นนี้ว่า "โรคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องที่ตัวเองอยากผอมเพียงอย่างเดียว แต่มันรวมไปถึงความวิตกกังวลในเรื่องของภาพลักษณ์ การวางตัวต่างๆนานา และยังต้องทุกข์กับการที่เห็นว่าตัวเองผอมไปแล้วนะ ต้องพยายามเพิ่มน้ำหนักตนเองเพื่อแสวงหาความสุขให้กับชีวิต" ภายหลังโรซีเสียชีวิตแล้ว แม่ของเธอได้ออกมาโพสต์แสดงความเสียใจต่อการจากไปของลูกสาวว่า "สำหรับแม่ ลูกคือเทพธิดาของแม่ เราภาคภูมิใจในตัวลูกมากที่ต่อสู้อย่างกล้าหาญกับโรคร้ายนี้ แม้ว่าลูกจะแพ้ให้กับมัน แต่ก็ถือว่าลูกได้จากไปอย่างสงบใต้อ้อมแขนคนที่รักลูก" คำอธิบายใต้ภาพ โรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia) หรือโรคคลั่งผอม ถือเป็นปัญหาสุขภาพจิตชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในหมวดเดียวกันกับกลุ่มโรคการกินผิดปกติ (Eating Disorder) ซึ่งผู้ป่วยจะมีน้ำหนักที่ต่ำกว่าเกณฑ์ กลัวว่าน้ำหนักจะขึ้น มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับรูปร่างตัวเอง จนถึงขั้นพยายามล้วงคออาเจียนหลังรับประทานอาหารเพื่อไม่ให้น้ำหนักขึ้น อดอาหาร ใช้ยาลดน้ำหนักต่างๆ... คำอธิบายใต้ภาพ ขอบคุณข้อมูลจาก: The Sun, josimariaxx/instagram,[line] => 3,[img] => 1,[color] => E4E4E4,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1608531668000),[title] => นางแบบไอจีวัย 24 แชร์ประสบการต่อสู้กับโรคคลั่งผอม ก่อนจากไปอย่างสงบ,[link] => https://jarm.live/foreign/152410,[path] => https://jarm.live/foreign/152410,[sec] => 1608531668,[ago] => 25 วัน,[iso] => 2020-12-21T13:21:08+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152410/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152410/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152410/m.jpg,[tone] => #E4E4E4,[css] => c2),[7] => Array ([_id] => 152404,[t] => พ่อแม่เรียกร้องขอเงินคืน หลังซุ้มคริสต์มาสสุดสวย กลายเป็นฝันร้ายของเด็กๆ,[u] => 251502,[un] => Shambhala TS,[ui] => @251502,[pl] => 1,[rc] => Array ([0] => ads),[s] => Array ([a] => 709,[w] => 709,[i] => 0,[m] => 513,[t] => 15,[d] => 181,[p] => 0),[tag] => Array (),[da] => Array ([milliseconds] => 1608525814000),[fd] => 2020/12/152404,[sh] => 1,[url] => ,[exl] => 0,[dm] => jarm.live,[p] => พ่อแม่เรียกร้องขอเงินคืน-หลังซ-152404,[c] => foreign,[de] => Array ([milliseconds] => 1608528167000),[dq] => หลากหลายครอบครัวในประเทศอังกฤษต่างพากันเรียกร้องขอเงินคืน หลังจากเสียเงินหวังพาลูกหลานเข้าไปชมเทศกาลคริสต์มาส แต่ต้องรถติดนานนับชั่วโมงจนเด็กๆเกิดอาการหวาดผวา! คำอธิบายใต้ภาพ โดยงานเทศกาลบ้านซานตาคลอสนี้ ที่เปลี่ยนโรงเรียนแทเวอร์แฮม ฮอลล์ ในเมืองนอริช ประเทศอังกฤษ ได้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์สนั่นหลังเสียงตอบรับจากบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่เสียเงินพาลูกๆของพวกเขามาเข้าร่วมในงานเทศกาลนี้ เนื่องจากแทบทุกอย่างภายในงานนั้นเรียกได้ว่า "สุดยอดของความเละเทะ" สร้างความผิดหวังไม่คุ้มค่าเงินของพวกเขาเป็นจำนวนมาก คำอธิบายใต้ภาพ คำอธิบายใต้ภาพ สำหรับเทศกาลนี้ที่จัดขึ้นโดยทีมจัดงานอีเวนท์อย่าง We Make Events ได้คุยโวว่าจะเป็นประสบการคริสต์มาสแบบไดร์ฟ-ทรู ไม่ต้องลงจากรถก็จะได้รับประสบการณ์คริสต์มาสแบบจัดเต็มโดยที่ยังคงมาตรการรักษาระยะห่างโควิด-19 ได้ด้วย แต่หลังจากงานผ่านพ้นไป พ่อแม่ผู้ปกครองได้อ้างกันว่างานเทศกาลดังกล่าว นอกจากจะไม่เหมือนที่คุยไว้แล้ว การที่ติดอยู่ในถ้ำต้นคริสต์มาสที่มีแสงสีแปลกๆนั้น ทำให้เด็กๆเกิดอาการขวัญผวา ทั้งหงุดหงิดทั้งหวาดกลัวเพราะรถติดเป็นชั่วโมงๆ จนมีคนแซวว่าไปขั้วโลกเหนือเองยังจะไวกว่านี้เลย คำอธิบายใต้ภาพ หนึ่งในผู้ปกครองเด็กที่รู้สึกหงุดหงิดกับงานดังกล่าวเผยว่า พวกเขาต้องเสียเงินค่าเข้าไปกว่า 110 ปอนด์ (ราว 4,000 บาท) เพื่อไปเจออะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ได้ "เต็มไปด้วยมนตร์ขลัง" เหมือนอย่างที่ผู้จัดเขาโฆษณาเอาไว้เลย แถมลูกๆของพวกเขายังต้องเสียสุขภาพจิตกับการที่ต้องติดอยู่ในที่มืดนานๆอีกด้วย คำอธิบายใต้ภาพ แต่อย่างไรก็ตาม หาใช่พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กทุกคนที่พากันหัวเสียกับงานนี้ เพราะมีบางคนมองว่างานที่จัดถือว่าสนุกสนานและคุ้มเงินมาก เบื้องต้นทาง We Make Events ยังคงนิ่งไม่ออกมาตอบโต้กับกระแสด้านลบที่ค่อนข้างรุนแรงนี้แต่อย่างใด... คำอธิบายใต้ภาพ ขอบคุณข้อมูลจาก: LADbible, The Sun,[line] => 3,[img] => 1,[color] => 0F1305,[fb] => 1,[ds] => Array ([milliseconds] => 1608528167000),[title] => พ่อแม่เรียกร้องขอเงินคืน หลังซุ้มคริสต์มาสสุดสวย กลายเป็นฝันร้ายของเด็กๆ,[link] => https://jarm.live/foreign/152404,[path] => https://jarm.live/foreign/152404,[sec] => 1608528167,[ago] => 25 วัน,[iso] => 2020-12-21T12:22:47+07:00,[topic] => Array ([t] => ต่างประเทศ,[i] => speaker_notes,[svg] => ),[img_s] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152404/s.jpg,[img_t] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152404/t.jpg,[img_m] => https://u1.jarm.live/news/2020/12/152404/m.jpg,[tone] => #0F1305,[css] => c0)),[nin] => Array ([0] => 152813,[1] => 152437,[2] => 152435,[3] => 152433,[4] => 152422,[5] => 152414,[6] => 152410,[7] => 152404),[i] => 0,[fetch_ads] => Closure Object (),[h1] => ,[h2] => )) #1 count() called at [/var/www/php/app/www/home.php:43] #2 Jarm\App\Www\Home->_home(Array ()) called at [/var/www/php/core/load.php:207] #3 Jarm\Core\Load->Jarm\Core\{closure}() called at [/var/www/php/core/load.php:580] #4 Jarm\Core\Load->get(jarm.live/home/, Closure Object (), 1) called at [/var/www/php/core/load.php:279] #5 Jarm\Core\Load->run() called at [/var/www/php/start.php:104] Jarm Engine - เกิดข้อผิดพลาด!
[ domain: jarm.live ]
[ no: 2 ]
[ msg: count(): Parameter must be an array or an object that implements Countable ]
[ line: 43 in /php/app/www/home.php ]
[ server: 128.199.68.106 ] จาม Live | ข่าวสด ข่าวโซเชียล ข่าวบันเทิง คดีเด็ด ดารา นักร้อง

ข่าวแนะนำ
ข่าวโซเชียลกระแสโซเชียล เน็ทไอดอล
ข่าวโซเชียล ทั้งหมด.. คลิกที่นี่
ข่าวบันเทิงดารา นักร้อง ซุบซิบดารา
ข่าวบันเทิง ทั้งหมด.. คลิกที่นี่
ข่าวการเมืองการเมืองวันนี้
ข่าวการเมือง ทั้งหมด.. คลิกที่นี่
ประชาสัมพันธ์ ทั้งหมด.. คลิกที่นี่